Home
Categories
EXPLORE
True Crime
Comedy
Society & Culture
Business
Sports
TV & Film
Technology
About Us
Contact Us
Copyright
© 2024 PodJoint
00:00 / 00:00
Sign in

or

Don't have an account?
Sign up
Forgot password
https://is1-ssl.mzstatic.com/image/thumb/Podcasts123/v4/32/6f/01/326f01a5-92dd-5bb1-ba46-29a134c7b27e/mza_4402464334257400477.jpg/600x600bb.jpg
วิเคราะห์​เศรษฐกิจ​
ดร.อมรเทพ จาวะลา
16 episodes
2 weeks ago
วิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน
Show more...
Investing
Business
RSS
All content for วิเคราะห์​เศรษฐกิจ​ is the property of ดร.อมรเทพ จาวะลา and is served directly from their servers with no modification, redirects, or rehosting. The podcast is not affiliated with or endorsed by Podjoint in any way.
วิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน
Show more...
Investing
Business
https://d3t3ozftmdmh3i.cloudfront.net/production/podcast_uploaded/4788495/4788495-1587994444046-9f3bc231f28a7.jpg
อ่านใจผู้กำหนดนโยบายการเงิน 5 สิงหาคม​ 2563​ ก่อนประชุม​กนง
วิเคราะห์​เศรษฐกิจ​
3 minutes 12 seconds
5 years ago
อ่านใจผู้กำหนดนโยบายการเงิน 5 สิงหาคม​ 2563​ ก่อนประชุม​กนง
คาดกนง.คงดอกเบี้ยที่ 0.50% ต่อปี คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะมีการประชุมในวันที่ 5 สิงหาคมนี้เพื่อพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการทางการเงินอื่นที่สำคัญ สำนักวิจัยคาดว่ากนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ต่อปีหลังจากที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลงถึง 3 ครั้งๆ ละ 0.25% จากระดับ 1.25% เมื่อสิ้นปีก่อนหน้า และได้ลดดอกเบี้ยที่จัดเก็บเพื่อชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู หรือ FIDF อีก 0.23% จากระดับ 0.46% สู่ระดับ 0.23% ซึ่งการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องได้มีผลช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ลงทุนและผู้บริโภค แต่ในภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเช่นนี้ ประกอบกับที่เอกชนขาดความเชื่อมั่น การลดดอกเบี้ยอาจมีผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อไม่มากนัก หรือที่เรียกว่ากับดักสภาพคล่อง (Liquidity trap) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่แม้ทางธปท.ได้มีมาตรการอัดฉีดเงิน หรือ soft loan ให้แต่มีธุรกิจจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้หรือไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อประเภทนี้ ซึ่งทางธปท.น่าจะไปเร่งผ่อนคลายเกณฑ์ให้เอกชนใช้สินเชื่อมากกว่าการลดดอกเบี้ย ผมมองว่าทางกนง.ได้ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินไปอย่างเต็มที่แล้วในภาวะที่เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขาลง และเมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มชะลอการหดตัวหรือมีแนวโน้มว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วดังตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนที่ธปท.รายงาน การผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมหรือให้ลดดอกเบี้ยลงอีกก็อาจจะไม่จำเป็นมากนัก โดยผมมองว่านอกจากธปท.จะเร่งการใช้ soft loan แล้ว ก็น่าจะหามาตรการแก้ไขปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าเทียบสกุลอื่นในภูมิภาคเพื่อช่วยผู้ส่งออก ยังเหลือกระสุนไหมหากเกิด Second Wave การคงดอกเบี้ยรอบนี้ก็เพื่อรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายไว้ใช้ยามจำเป็น เพราะแม้เศรษฐกิจไทยอาจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจริงตามที่นักเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินไว้ กล่าวคือแม้ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงหดตัวจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน แต่ตัวเลขต่างๆ น่าจะดีขึ้นเทียบเดือนต่อเดือน หรือไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งหมายความว่าไตรมาสที่สามจะดีกว่าไตรมาสที่สอง แม้ยังหดตัวเทียบปีก่อน ซึ่งเป็นลักษณะการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้นแต่เราก็ไม่ควรประมาท เพราะมีความเสี่ยงต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาหดตัวจากไตรมาสที่สองได้อีก โดยเฉพาะหากเราต้องกลับมาปิดเมืองกันอีกจากการระบาดรอบสอง หรือ second wave แล้วทางกนง.จะเหลือกระสุนพอไหม? ผมมองว่ามีกระสุนเหลือ แต่เหลือน้อยนะครับ ซึ่งเครื่องมือที่ทางกนง.อาจหยิบมาใช้ในการพยุงไม่ให้เศรษฐกิจหดตัวแรงหรือพยายามลดภาระทางการเงินให้แก่ผู้กู้ในช่วงปิดเมืองรอบสองได้แก่ 1. ลดการเก็บดอกเบี้ยเข้ากองทุนฟื้นฟูอีกจนหมด ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่า 0.23% 2. ลดดอกเบี้ยนโยบายจนหมด จาก 0.50% เหลือ​ 0% ซึ่งต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 3. ขอความร่วมมือแบงก์พาณิชย์​ลดดอกเบี้ยลงอีก หรือ moral suasion เพื่อช่วยกันลดภาระทางการเงินของผู้กู้และอาจขอให้ช่วยปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนลูกค้ารายย่อยหรือ SME บางประเภทที่ได้รับผลกระทบ 4.ขยายเวลามาตรการพักชำระหนี้ เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมีกระแสเงินหมุนเวียนเพียงพอและอาจใช้จังหวะเวลาช่วงนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ในระยะยาว แต่ก็ควรสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยและมีความสามารถในการชำระหนี้ กลับเข้ามาชำระหนี้ตามปกติเพื่อให้ธนาคารมีเงินทุนไปปล่อยสินเชื่อต่อได้ 5. ผ่อนคลายกฏระเบียบการกำกับสถาบัน​การเงินให้ปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น หรือผ่อนคลายเกณฑ์การใช้ soft loan ของกลุ่ม SME ให้คล่องตัวมากขึ้นเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ 6. ธปท.อาจให้น้ำหนักการใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน​หรือเข้าแทรกแซงเพื่อให้เงินบาทอ่อนค่ามากขึ้น อ่านใจกนง. ... จะกำหนดนโยบายการเงินต่อไปอย่างไร ผมคิดว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาสที่สอง แต่การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเต็มไปด้วยความเสี่ยง ความเสี่ยงหรือปัจจัยทั้งหมดนี้อาจมีผลให้ทางธปท. ยังคงต้องเฝ้าระวังตัวเลขทางเศรษฐกิจและพร้อมใช้มาตรการที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม เสริมไปกับมาตรการทางการคลังที่อาจมีขึ้นอีกในอนาคตหลังปรับครม. ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่อยู่ช่วงการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นนี้ ผมขออ่านใจกนง. ว่า เขาอาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยต่ำลากยาว และหาทางใช้มาตรการอื่นนอกจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการพยุงเศรษฐกิจหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาด ผมมองว่าทางกนง. น่าจะเริ่มใช้กลไกอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นในอนาคต เพราะเรามองเงินบาทมีความเสี่ยงแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ และสกุลอื่นในภูมิภาคได้อีก และหากโชคร้ายเกิดวิกฤติรอบสอง ผมก็ขอเดาใจกนง. ว่าพวกเขายังมั่นใจว่ายังมีเครื่องมือในการพยุงเศรษฐกิจได้ครับ
วิเคราะห์​เศรษฐกิจ​
วิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน