
Episode นี้เป็นการสนทนาธรรมที่ลึกซึ้งระหว่างหลวงพ่อสรศักดิ์ โชติโย กับผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์ความก้าวหน้าในการเจริญสติแบบรู้ตัว โดยเน้นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการลดความทุกข์ในชีวิตประจำวัน
การปฏิบัติที่เปลี่ยนชีวิต: จากก้อนเดียวสู่การแยกขาด
ผู้ปฏิบัติได้เล่าว่าจากการที่เคยฝึกความรู้สึกตัวแบบไม่เข้มข้น แต่เมื่อได้ฟังธรรมะของหลวงพ่อ ก็เกิดพลังและมีแรงปรารถนาที่จะปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการกำหนดสติรู้ตัวในทุกกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน ลงเตียง เข้าห้องน้ำ และทำงาน ผลที่ตามมาคือความทุกข์ลดลงอย่างชัดเจน และสภาวะจิตใจเปลี่ยนไปสู่ความรู้สึกที่ "โล่ง ๆ โปร่ง" เหมือนกลับไปมีอายุ 14–15 ปี
หลวงพ่ออธิบายว่า ก่อนหน้านี้ กายกับจิต หรือ ตัวตน กับ ความคิด เป็นก้อนเดียวกัน แยกไม่ออก เมื่อมีความทุกข์หรือความสุข ก็จะ "ตามมันไป" และโดนความ คิดลากจูงไปทั้งวัน เพราะสติไม่ทันความคิด แต่เมื่อฝึกสติไปเรื่อย ๆ สติจะเริ่มมากขึ้นและทันความ คิด จนเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ มันแยกให้เห็นว่า ผู้รู้ (จิต) กับสิ่งถูกรู้ (กาย/ความคิด) เป็นคนละอัน
พลังของ 'ผู้รู้' และการอยู่กับความจริง
เมื่อสติแก่กล้าขึ้น "ผู้รู้" จะเด่นชัดขึ้นมา ทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเห็นความโกรธ ความคิด หรืออารมณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาและดับไปได้ทันที ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ดับช้าหรือตามไม่ทัน การปฏิบัติที่ถูกต้องคือการ ทำลายความจำและความคิด และเพียงแค่ "รู้" หรือ "รับรู้" สิ่งที่เข้ามา โดยไม่เข้าไปเป็นอะไรกับมัน
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังคือ การพยายามห้ามความ คิดหรือไปกดมันไว้ เช่น การบริกรรมเพื่อให้สงบ ซึ่งเป็นการฝืนธรรมชาติ หลวงพ่อเปรียบเทียบว่านั่นคือการสงบแบบ "หินทับหญ้า" ซึ่งกิเลสไม่ตาย ความคิดจะคิดไปจนวันตาย หน้าที่ของเราคือเรียนรู้ธรรมชาติของมัน โดยการ รู้ทันมันแล้วไม่ตามมันไปปรุงแต่ง เมื่อสติเราทัน ความคิดจะเกิดและดับไปเองโดยหลักธรรมชาติ
การแก้ทุกข์ที่ต้นเหตุ
ความทุกข์เกิดจากการที่เราไป หลงอาการของจิต เช่น หลงไปเป็นความโกรธ หรือไปหลงในอาการชอบใจหรือไม่ชอบใจ อาการเหล่านี้เป็นเพียง "สิ่งถูกรู้" และเป็นอาการของจิตที่เกิดขึ้นและดับไป แต่เรามักตาม "เงาของจิต" ออกไปภายนอก
แนวทางการแก้ไขคือ กลับมาอยู่กับ "รู้" ที่ไม่เป็นสุขเป็นทุกข์ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่พร้อมจะรู้อยู่แล้ว และต้องยอมรับตามความ เป็นจริงของธรรมชาติ ไม่พยายามแก้ไขความโกรธ ความเจ็บปวด หรือความทุกข์ การปฏิบัติธรรมต้องเป็นการเกาถูกที่คัน คือการแก้ที่ใจ (จิต) ซึ่งเป็นมหาเหตุใหญ่นั่นเอง
ความก้าวหน้าและการพ้นทุกข์
หลวงพ่อสรุปว่า วิธีนี้เป็นการเจริญสติที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและเป็นการเดินทางสู่ "ถนนลาดยาง" ซึ่งหากทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ก็สามารถเห็นผลได้ การรู้แจ้งนี้เป็นสิ่งที่ ผู้ปฏิบัติจะพึงรู้เอง เห็นเอง และหายสงสัยเอง (สันทิฏฐิโก) โดยไม่ขึ้นอยู่กับอิริยาบถใด ๆ
การฝึกสติจนทำลาย "ผู้รู้ผู้หลง" ให้เหลือแค่ "รู้" อันเดียว จะทำให้ไม่หลงอาการที่มาหลอกอีก และเข้าสู่สภาวะที่กิเลสไม่สามารถมาหลอกให้ไปเป็นธาตุรับใช้ได้อีกต่อไป
เปรียบเทียบเพื่อเสริมความเข้าใจ: การเจริญสติแบบนี้เปรียบเสมือนการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความเร็วสูงในใจ. แทนที่จะพยายามหยุดขโมย (ความคิด/กิเลส) ไม่ให้เข้ามาในบ้าน (ใจ), เราฝึกให้กล้องจับภาพการเข้า-ออกของขโมยได้ทันที. เมื่อเราเห็นมันเกิดขึ้นและดับไปอย่างรวดเร็ว เราก็ไม่ไปหลงตามมันไปอีก, และในที่สุดขโมยก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อเจ้าของบ้าน (ผู้รู้) ได้อีกต่อไป