Home
Categories
EXPLORE
True Crime
Comedy
Society & Culture
History
Business
Sports
News
About Us
Contact Us
Copyright
© 2024 PodJoint
00:00 / 00:00
Sign in

or

Don't have an account?
Sign up
Forgot password
https://is1-ssl.mzstatic.com/image/thumb/Podcasts126/v4/6f/02/1d/6f021da9-1d4d-59c2-67fe-c872d44e0938/mza_4366033103183981831.jpg/600x600bb.jpg
Soul Food Podcasts
Soul Food Ministries
1535 episodes
1 day ago
Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ
Show more...
Christianity
Religion & Spirituality
RSS
All content for Soul Food Podcasts is the property of Soul Food Ministries and is served directly from their servers with no modification, redirects, or rehosting. The podcast is not affiliated with or endorsed by Podjoint in any way.
Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ
Show more...
Christianity
Religion & Spirituality
Episodes (20/1535)
Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่เคยมองข้าม Ep.1509

พระธรรมนำชีวิต

ตอน ไม่เคยมองข้าม Ep.1509


บางครั้งเรามักเข้าใจผิดว่า พระเจ้าทรงสนใจแต่เรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันเราต้องจัดการเอง  เรื่องราวใน 2 พงศ์กษัตริย์ 6:1-7 กำลังบอกเราว่า พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ทรงใส่ใจเราทุกเรื่องแม้แต่เรื่องเล็กน้อย เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มผู้เผยพระวจนะมาแจ้งเอลีชาว่าที่พักอาศัยของพวกเขาคับแคบเกินไปแล้ว


'ขอให้พวกเราไปที่แม่น้ำจอร์แดน ต่างคนต่างเอาไม้ท่อนหนึ่งมาสร้างเป็นที่อาศัยที่นั่น” และท่านตอบว่า “ไปเถอะ” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 6:2


เมื่อเอลีชาอนุญาตแล้ว คนหนึ่งก็ขอร้องให้เอลีชาไปด้วย ท่านก็ตอบตกลงทันที แล้วอุบัติเหตุก็เกิดขึ้น


'ขณะที่คนหนึ่งกำลังโค่นต้นไม้อยู่ หัวขวานของเขาตกลงไปในน้ำ และเขาร้องขึ้นว่า “แย่แล้ว นายข้า ขวานนั้นข้าขอยืมเขามา” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 6:5


ความทุกข์ใจของชายคนนี้ไม่ใช่แค่ของหาย แต่เพราะของที่หายนั้นเขายืมมา ในสมัยนั้นเครื่องมือเหล็กเป็นเครื่องมือที่มีราคาแพงมาก การทำขวานเหล็กหายหมายถึงการเป็นหนี้สินและเขาอาจจะต้องไปเป็นทาสเพื่อใช้หนี้


'แล้วคนของพระเจ้าถามว่า “ขวานนั้นตกที่ไหน?” เมื่อเขาชี้ที่ให้ท่านแล้ว ท่านก็ตัดไม้อันหนึ่งทิ้งลงไปที่นั่น ทำให้ขวานเหล็กนั้นลอยขึ้นมา และท่านบอกว่า “หยิบขึ้นมาซิ” เขาก็เอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา ' 2 พงศ์กษัตริย์ 6:6-7


พระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์ให้ขวานเหล็กลอยขึ้นมาบนน้ำเพื่อคลายความกังวลใจของชายคนนี้ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดหรือเรื่องอะไรของเราที่เล็กน้อยเกินไปสำหรับพระเจ้า เอลีชาถามว่า ขวานนั้นตกตรงไหน ผมตีความว่า พระเจ้ามักจะพาเรากลับไปเพื่อแก้ไขที่จุดเริ่มต้นเสมอ หากวันนี้ชีวิตของเรารู้สึกว่ามีอะไรหายไป ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเชื่อ หรือพลังในการรับใช้ ให้เราลองสำรวจดูว่า มันหล่นหายไปตอนไหน? แล้วให้เราอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงช่วยกู้สิ่งที่หายนั้นให้กลับมา


'จงละความกังวลทุกอย่างของพวกท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย ' 1 เปโตร 5:7


อย่าอายที่จะอธิษฐานขอพระเจ้าในทุกเรื่อง พระองค์ทรงดูแลทุกสิ่งรวมทั้งทุกเรื่องในโลกใบเล็กๆของเราด้วย  วันนี้ถ้าเรารู้สึกเหมือนแบกภาระหนัก รู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันหายไป ขอให้เราร้องเรียกหาพระเจ้า ขอให้พระองค์ชี้ให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และให้เรารู้ว่าปัญหามันเริ่มต้นอย่างไร และขอพระเจ้านำให้เรารู้ถึงมีวิธีการแก้ไขปัญหานั้นๆ ด้วยวิธีการของพระองค์ พระเจ้าทรงสามารถทำให้มากกว่าที่เราคิด เมื่อเราเชื่อและวางใจในพระเจ้า พระองค์จะช่วยให้เราสามารถก้าวต่อไปได้แน่นอน

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 day ago
3 minutes 58 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.287 ถ้าเป็นคุณ คุณจะให้อภัยได้ไหม?

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่287)


ถ้าเป็นคุณ คุณจะให้อภัยได้ไหม?


“ด้วยเหตุนี้เขาทั้งสองจึงไม่เป็นสองต่อไป แต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน

เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย””

‭‭ ~มัทธิว‬ ‭19‬:‭6‬ ‭THSV11‬‬

“So they are no longer two, but one flesh.

Therefore what God has joined together, let no one separate.””

‭‭ ~Matthew‬ ‭19‬:‭6‬ ‭NIV‬‬



เร็วๆนี้ มีข่าวน่าสะเทือนใจข่าวหนึ่งเกิดขึ้น!

ฟิลิป แยนซี (Philip Yancey) วัย76ปี เป็นนักเขียนคริสเตียนชื่อดัง เจ้าของผลงานขายดีที่ทรงอิทธิพลอย่าง ”What’s So Amazing About Grace? “และ ”The Jesus I Never Knew“ “Disappointment with God,” and “Prayer: Does It Make Any Difference?,”

ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม

ฟิลิปได้ออกมายอมรับและสารภาพต่อสาธารณชนว่าเขาล่วงประเวณี โดยมีความสัมพันธ์นอกสมรสกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเป็นเวลานานถึงแปดปี

โดยเขาอธิบายการกระทำของตนว่าเป็น “บาป” และกล่าวว่า


“พฤติกรรมของผมขัดแย้งกับทุกสิ่งที่ผมเชื่อเกี่ยวกับการแต่งงาน…

มันยังไม่สอดคล้องกับความเชื่อและงานเขียนของผมโดยสิ้นเชิง

และได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งแก่สามีของเธอ

รวมถึงครอบครัวของเราทั้งสองฝ่าย”


สำหรับ ฟิลิป แยนซี

1.เขายอมรับว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นความล้มเหลวทั้ง

ด้านศีลธรรมและฝ่ายจิตวิญญาณ และได้นำมาซึ่ง “ความอัปยศต่อพระเจ้า”

2.เขาเปิดเผยว่าได้สารภาพบาปต่อพระเจ้าและภรรยาของเขาแล้ว

3.ได้เข้ารับการให้คำปรึกษาอย่างเป็นกระบวนการ

พร้อมทั้งอยู่ในระบบการดูแลตรวจสอบความรับผิดชอบ (accountability) และ

4.เขาตัดสินใจถอนตัวจากงานพันธกิจ การเขียน การพูดในที่สาธารณะ และสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด

5.เขามุ่งเน้นการฟื้นฟูความไว้วางใจสำหรับการแต่งงานที่ยาวนานกว่า 55 ปีของเขา


เจเน็ต แยนซี ภรรยาของฟิลิป แยนซี ได้ออกแถลงการณ์ผ่าน Christianity Today ว่า


“ดิฉัน เจเน็ต แยนซี กำลังพูดจากจุดที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความพังทลาย ซึ่งมีเพียงผู้ทีเคยผ่านประสบการณ์การถูกทรยศเท่านั้นที่จะเข้าใจได้

อย่างไรก็ตาม ดิฉันได้ให้คำปฏิญาณสมรสอันศักดิ์สิทธิ์และผูกพันไว้เมื่อ 55 ปีครึ่งที่แล้ว และดิฉันจะไม่ทำลายคำสัญญานั้น

ดิฉันยอมรับและเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงชำระและยกโทษบาปของคนทั้งโลกผ่านทางพระเยซูคริสต์ รวมถึงบาปของฟิลิปด้วย

ขอพระเจ้าประทานพระคุณให้ดิฉันสามารถให้อภัยได้เช่นกัน

แม้ว่าดิฉันจะต้องเผชิญกับบาดแผลทางใจที่ยากเกินจะหยั่งถึง

โปรดอธิษฐานเผื่อเราด้วย”


หัวใจหลักในการตอบสนองของเจเน็ต แยนซี ภรรยาของฟิลิป ต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

น่าประทับใจยิ่งนัก


1.เธอรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้กับพระเจ้าและสามีของเธอ

~ถึงแม้ว่าเขาไม่รักษาสัญญานั้นก็ตาม

“ฉันได้ให้คำปฏิญาณสมรสอันศักดิ์สิทธิ์และผูกพันไว้เมื่อ 55 ปีครึ่งที่แล้ว

และฉันจะไม่ทำลายคำสัญญานั้น”


2.เธอยอมรับถึงการอภัยโทษของพระเจ้าที่มีต่อฟิลิปผู้ผิดสัญญา

(แต่ก็เขาสำนึกผิดกลับใจใหม่ สารภาพบาป และยอมรับผลกรรมที่เขาก่อขึ้น)

~ถึงแม้บาปของเขาจะหนักหนาสาหัสและได้ทำลายชื่อเสียงทั้งหมดของเขาไปหมดสิ้น

“ดิฉันยอมรับและเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงชำระและยกโทษบาปของคนทั้งโลกผ่าน

ทางพระเยซูคริสต์ รวมถึงบาปของฟิลิปด้วย”


3.เธอขอพระเจ้าประทานพระคุณช่วยให้เธอสามารถยกโทษเขาได้เช่นกัน

~ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดและยากเย็นแสนเข็ญที่จะทำ

“ขอพระเจ้าประทานพระคุณให้ดิฉันสามารถให้อภัยได้เช่นกัน แม้ว่า

ดิฉันจะต้องเผชิญกับบาดแผลทางใจที่ยากเกินจะหยั่งถึง ”


4.เธอวิงวอนขอการอธิษฐานเผื่อตัวของเธอผู้ผิดหวังและสามีผู้ผิดพลาดของเธอ

~ถึงแม้ว่าทุกอย่างดูล่มสลายไปหมดแล้ว

“โปรดอธิษฐานเผื่อเราด้วย”


สรุป


ฟิลิป แยนซี ได้ทำผิดต่อเจเน็ต ภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 55 ปี

แต่ในเรื่องราวของความไม่สัตย์ซื่อของสามีอันแสนเจ็บปวดนี้

ยังมีด้านที่เป็นแสงสว่างที่สะท้อนความงดงามแห่งความซื่อสัตย์ของเจเน็ตผู้เป็นภรรยา

นั่นคือ แม้ เจเน็ตต้องเผชิญกับบาดแผลทางใจอย่างรุนแรง แต่เธอก็เลือกที่จะให้อภัยเขา

เรื่องนี้จึงเป็นทั้งเรื่องของ

1.การทำบาปแห่งการผิดประเวณีที่ทำให้ใจแตกสลาย ~ของสามี

แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องของ

2.การให้อภัยต่อบาปแห่งการล่วงประเวณีด้วยใจที่ซื่อสัตย์~ของภรรยา

โดยจะยังคงรักษาสัญญาที่เธอให้ไว้ นั่นคือ

“จะไม่หย่าร้าง…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”


พี่น้องที่รัก

จงถามตัวเองว่า

1.“ฉันกำลังทำอะไร ที่ไม่สัตย์ซื่อต่อคู่ครองของฉันอยู่หรือไม่?”

2.“ฉันจะให้อภัยคู่สมรสของฉันได้หรือไม่ หากว่าเขาไม่สัตย์ซื่อต่อฉัน?”


…คำตอบของคุณคืออะไร?

…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

12มกราคม2026 (ตอนที่287ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี


Show more...
1 day ago
7 minutes 11 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า ข้อคิดแห่งความสุข(2)

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่286)


ข้อคิดแห่งความสุข(2)


“มนุษย์ผู้ประสบปัญญา และผู้ได้ความเข้าใจ

เป็นสุขจริงหนอ!”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭3‬:‭13‬ ‭TH1971‬‬

“Happy is a man who finds wisdom 

and who acquires understanding,”

‭‭ ~Proverbs‬ ‭3‬:‭13‬ ‭CSB‬‬


คำถามคือ

“ความสุข”คืออะไร และเราจะได้ความสุขนั้นมาได้อย่างไร?

”ความสุข“คือ

“สภาพทางอารมณ์และจิตใจที่รู้สึกพึงพอใจ สบายใจ มีความสงบ และเปี่ยมด้วยความรู้สึกดี ”


ความสุขโดยทั่วไป มีหลายมิติ

1.ความสุขแบบชั่วขณะ

=ความรู้สึกดีจากสิ่งเร้าจากภายนอก เช่น ได้รับคำชม หรือรางวัลหรือได้กินอาหารอร่อย

2.ความสุขแบบลึกซึ้ง

= ความพึงพอใจเพราะรู้จักคิดมีปัญญา เข้าใจความหมายของชีวิต และเติบโตเป็นส่วนบุคคล

3.ความสุขแบบยั่งยืน

= ความสันติสุข หรือ การมีจิตใจที่สงบได้แม้แต่ในสถานการณ์ที่ดูยากลำบากและน่ากลัว

4.ความสุขแบบครบบริบูรณ์

=ความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตที่เกิดจากการมีสัมพันธภาพสนิทกับพระคริสต์อย่างลึกซึ้ง

และการได้กระทำให้สำเร็จตามพระประสงค์ของพระเจ้าในโลกนี้


วันนี้ ผมมีข้อคิดที่ทำให้รู้สึกมีความสุข มาฝากพี่น้อง ดังนี้


1.“ความสุขไม่ขึ้นกับสถานการณ์ แต่ขึ้นกับทัศนคติของหัวใจ!”

(Happiness depends not on circumstances,but on the attitude of the heart.)

2.“ความสุขที่มั่นคงยั่งยืน เกิดจากการวางใจในพระเจ้า ไม่ใช่ในสิ่งของ!”

(Lasting happiness comes from trusting God not possessions.)

3.“ความสุขไม่ได้อยู่ที่การมีครบทุกอย่าง แต่อยู่ที่การรู้จักพอใจกับสิ่งที่คุณมีอยู่“

(Happiness is not having everything,but being content with what you have.)

4.“คนที่รู้จักขอบคุณ จะมองเห็นความสุขได้ง่ายกว่าคนที่ขอบคุณไม่เป็น”

(Those who live with gratitude find happiness more easily.)

5.“ความสำเร็จ คือการได้ในสิ่งที่คุณต้องการ ความสุข คือการต้องการในสิ่งที่คุณได้มาแล้ว”

— เดล คาร์เนกี

(Success is getting what you want. Happiness is wanting what you get.)

— Dale Carnegie



พี่น้องที่รัก


ขอให้เราเป็นคนที่มีความสุขอยู่เสมอ

โดยรับความสุขนั้นมาจากพระเจ้าทุกวัน

ขอให้เราเป็นคนที่ไปที่ไหน ก็มีความสุขได้

และยังทำให้คนที่อยู่ที่นั่นมีความสุขกับเราด้วยเสมอ

แต่อย่าให้เราเป็นเหมือนคนบางคน

ที่ไปที่ไหนก็ทำให้คนที่นั่นไม่มีความสุข!

เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า


“บางคนไปถึงที่ไหน ก็ทำให้เกิดความสุขที่นั่น

ในขณะที่คนบางคนจากไปเมื่อใด คนที่นั่นต่างก็มีความสุข!”

(Some cause happiness wherever they go;

others whenever they go.)

~Oscar Wilde


ไม่ทราบว่า

…คุณเป็นเหมือนคนๆไหนครับ?

…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

11มกราคม2026 (ตอนที่286ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Show more...
2 days ago
5 minutes 14 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน ก้าวแรกของใจที่ถูกเปลี่ยน Ep.1507

พระธรรมนำชีวิต

ตอน ก้าวแรกของใจที่ถูกเปลี่ยน Ep.1507


การอัศจรรย์ที่แท้จริงไม่ได้จบลงแค่ที่โรคหาย แต่ต้องนำไปสู่การกลับใจแล้วมานมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว หลังจากนาอามานได้รับการรักษาแล้วเขาไม่ได้รีบกลับบ้านเลยด้วยความดีใจ แต่นาอามานกลับมาหาเอลีชาพร้อมหัวใจที่พบพระเจ้าผ่านการอัศจรรย์


'แล้วท่านก็กลับมาหาคนของพระเจ้า ทั้งตัวท่านและพรรคพวกของท่าน และท่านมายืนอยู่ต่อหน้าเอลีชาและกล่าวว่า “ดูสิ ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด ไม่ว่าที่ไหนในโลก นอกจากในอิสราเอล เพราะฉะนั้น บัดนี้โปรดรับของกำนัลจากผู้รับใช้ของท่านเถิด” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:15


การงานของพระเจ้าทำให้นาอามานยอมรับว่า พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แล้วเขาตั้งใจจะให้ของขวัญเป็นรางวัลแก่เอลีชา


'แต่เอลีชาตอบว่า “พระยาห์เวห์ซึ่งเราปรนนิบัติ ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด เราจะไม่รับอะไรเลยฉันนั้น” และท่านก็ได้คะยั้นคะยอให้รับไว้ แต่เอลีชาปฏิเสธ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:16


คำปฎิเสธของเอลีชา เป็นบทเรียนของคนของพระเจ้าว่าไม่ควรที่คนของพระเจ้าจะแสวงหาผลประโยชน์จากการอัศจรรย์ พระเจ้าทรงรักษาเพราะพระองค์ทรงเมตตา เมื่อเอลีชาไม่เอาอะไร นาอามานจึงขอกลับ


'นาอามานจึงกล่าวว่า “หากท่านไม่รับ ก็โปรดให้ดินที่ล่อสองตัวจะบรรทุกได้แก่ผู้รับใช้ของท่านเถิด เพราะตั้งแต่นี้ไป ผู้รับใช้ของท่านจะไม่ถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวหรือเครื่องสัตวบูชาแด่พระอื่น แต่จะถวายแด่พระยาห์เวห์เท่านั้น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:17


สำหรับนาอามานความเชื่อของเขายังผูกติดกับบางสิ่ง เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าที่โดยพระเยซูแล้วเราไม่ต้องมีพิธีกรรมอะไร เพียงแต่เราต้องพึ่งพาในพระคุณของพระเจ้าผ่านทางพระเยซู นอกจากขอดินไปแล้ว นาอามานยังขอในสิ่งที่เราเองก็เข้าใจยากมากเช่นกัน


'ในเรื่องนี้ ขอพระยาห์เวห์ทรงให้อภัยผู้รับใช้ของท่าน คือเมื่อพระราชานายของข้าพเจ้าเข้าไปในนิเวศของพระริมโมน เพื่อจะนมัสการที่นั่น และทรงพิงอยู่ที่มือของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะต้องโน้มตัวลงคำนับในนิเวศของพระริมโมน เมื่อข้าพเจ้าโน้มตัวลงคำนับในนิเวศของพระริมโมนนั้น ขอพระยาห์เวห์ทรงให้อภัยผู้รับใช้ของท่านในกรณีนี้” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:18


เมื่ออ่านแล้วเรารู้ทันทีว่านี่ขัดกับคำสังของพระเจ้าว่าอย่ามีพระเจ้าอื่น อย่ากราบไหว้รูปเคารพ นี่ไม่ใช่การขออนุญาตกราบไหว้รูปเคารพ แต่เป็นคำสารภาพว่า ชีวิตใหม่ของเขายังต้องเดินอยู่ในโลกใบเก่า ซึ่งผมมองว่า นี่เป็นกรณีเฉพาะเท่านั้น เอลีชาก็พูดกลับไปในข้อ 19 ว่า “จงไปโดยสวัสดิภาพ” นี่ไม่ใช่การประนีประนอมกับบาป แต่เป็นการฝากชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ขอให้พระเจ้าเป็นผู้ทำงานต่อ สำหรับเราเองผมมองว่า เมื่อเรากลับใจใหม่แล้ว เราเองจะเดินเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากข้างในที่ส่งผลมาเป็นพฤติกรรมให้เห็นภายนอก การเชื่อไม่ใช่แค่เพียงการเปลี่ยนพฤติกรรมทันที แต่เป็นการเปลี่ยนเจ้าของชีวิต บางคนเริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ยังไม่ครบ และบางคนอาจยังติดอยู่ในบริบทที่ยาก แต่ถ้าหัวใจเลือกพระเจ้าแล้ว พระองค์จะทรงนำเราไปทีละก้าว ขอเพียงเรากลับใจมาพึ่งพาในพระคุณ ละทิ้งพระอื่น พระเจ้ามีวิธีช่วยเหลือได้เราแน่นอน


'ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น ' 2 โครินธ์ 5:17


ขอให้ชีวิตของเราจะไม่หยุดแค่การได้รับพระพร แต่เราจะไปต่อจนถึงการเทิดทูนนมัสการพระเจ้าด้วยหมดทั้งชีวิต และค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง เติบโตขึ้นภายในพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
3 days ago
5 minutes 1 second

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.285 ข้อคิดแห่งความสุข(1)

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่285)


ข้อคิดแห่งความสุข(1)


“มนุษย์ผู้พบปัญญา และมนุษย์ผู้ได้ความเข้าใจ

ก็เป็นสุขจริงหนอ”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭3‬:‭13‬ ‭THSV11‬‬

“Happy is anyone who becomes wise

—who comes to have understanding.”

‭‭ ~Proverbs‬ ‭3‬:‭13‬ ‭GNT‬‬


“ความสุข” คือ “สภาวะของความสบายกายสบายใจ ความพึงพอใจ และความรู้สึกดี ”

คำว่า “ความสุข” มีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาจหมายถึง

1.ความสุขทางอารมณ์ (สนุกสนาน ผ่อนคลาย)

2.ความสุขจากความสำเร็จ (เป้าหมายบรรลุ)

3.ความสุขจากการยอมรับตนเอง (ว่าเรามีคุณค่า)

4.ความสุขจากการมีชีวิตที่ดี (ขึ้น)

5.ความสุขจากการมีสันติสุขในใจ(ที่ไม่มีใครหรืออะไรมาพรากไปได้)

6.ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี

ปกติ “ความสุข”ที่แท้จริงมักเกี่ยวข้องกับ

1).การรู้จักพอใจในสิ่งที่มี และที่เราเป็น และ

2).การสร้างความสุขจากภายในจิตใจตัวเอง

ดังนั้น หากความคิดและจิตใจของเรา อยู่ถูกที่ถูกทางคือ

รู้จักมองและรู้จักคิด อย่างคนมีปัญญาและมีความเข้าใจ

ไม่ว่า เราจะเจอะเจออะไร

เราก็จะมีความสุขได้เสมอในทุกสถานการณ์!


วันนี้ ผมมีข้อคิดแห่งความสุขมาฝาก ขอให้เรารู้จักคิดแล้วมีความสุข ดังนี้


1. “ความสุขเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณพูด และสิ่งที่คุณทำ ล้วนกลมกลืนกัน”

~มหาตมะ คานธี

(Happiness is when what you think, what you say, and what you do

are in harmony.)

— Mahatma Gandhi


2.”อย่ามุ่งหาความสุขที่อยู่ไกล และราคาแพง

จงหัดมองเห็นความสุขที่อยู่ใกล้ตัวที่ราคาถูกหรือฟรี!“

(Do not chase happiness that is far away and expensive.

Learn to notice the happiness that is close to you—cheap or even free.)


3.“นิสัยแห่งการมีความสุข ช่วยให้มนุษย์เป็นอิสระ

หรือเกือบเป็นอิสระ จากการครอบงำของสภาพแวดล้อมภายนอก”

— โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน

(The habit of being happy enables one to be freed, or largely freed,

from the domination of outward conditions.)

– Robert Louis Stevenson


4.“ความสุขเริ่มต้น เมื่อใจของเราหยุดเปรียบเทียบ!”

(Happiness begins when comparison ends.)


5.“ความสุขของชีวิตคุณ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความคิดของคุณ”

— มาร์คุส เอาเรลิอุส

(The happiness of your life depends upon the quality of your thoughts.)

– Marcus Aurelius


พี่น้องรัก

พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความสุข เพราะมีปัญญาและมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง

ดังนั้นจงรู้จักคิด โพสต์ หรือ ทำอะไรก็แล้วแต่

ที่จะทำให้

1.พระเจ้า

2.ตัวของเรา และ

3.คนอื่นๆ มีความสุขไปด้วยกัน

… จะดีไหมครับ?


…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

10มกราคม2026 (ตอนที่285ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Show more...
3 days ago
4 minutes 42 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.284 จงยึดวินัยไว้ อย่าปล่อยไป!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่284)


จงยึดวินัยไว้ อย่าปล่อยไป!


“จงยึดวินัยไว้ และอย่าปล่อยไป

จงระแวดระวังเธอไว้ เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭4‬:‭13‬ ‭TH1971‬‬

“Cling to discipline. Do not relax your grip on it.

Keep it because it is your life.”

‭‭ ~Proverbs‬ ‭4‬:‭13‬ ‭GW‬‬


"วินัย"(Discipline) หมายถึง

“ระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ หรือหลักปฏิบัติ ที่ใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคล

(ทั้งตัวเราเองและผู้อื่น)ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ดีงาม และเป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม

หรือองค์กร ซึ่งมีทั้ง

1).วินัยที่มาจากภายนอก (กฎเกณฑ์, คำสั่ง บทบัญญัติ ) และ

2).วินัยในตนเอง(การควบคุมตนเองอย่างมีจิตสำนึก)

ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญใน

~การพัฒนาตนเอง

~การทำงานให้มีประสิทธิภาพ และ

~การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข

(โดยมีมาตรการในการจัดการหรือลงโทษผู้ที่ล้มเหลวในการร่วมมือ หรือ

ในการมีผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา)


เราพอจะแยกแยะได้ว่า ” วินัย“หมายถึง

1.ระเบียบแบบแผน คือ

การปฏิบัติตามวิถี แนวทางปฏิบัติ จรรยาบรรณ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ที่กำหนดไว้

(ของกลุ่ม คณะหรือองค์กร)

2.การควบคุมตนเองและผู้อื่น (ที่อยู่ในการดูแล)คือ

การบังคับจิตใจให้ทำในสิ่งที่ควรทำ และยับยั้งไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

(โดยไม่ต้องมีใครสั่ง)

3.ความทุ่มเท คือ

การมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสม่ำเสมอจนบรรลุเป้าหมาย

แม้จะยากลำบาก (เช่น ฝึกซ้อมดนตรี, ออกกำลังกาย และการศึกษาเล่าเรียน )

4.หลักศีลธรรม คือ

การมี 'ศีล' มี ‘ธรรม’ ซึ่งเป็นเครื่องกำหนดความปกติของคน เพื่อแยกคนออกจากสัตว์. 


“ วินัย ” จึงมี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของเราและส่วนรวม เพราะ

เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เรามีพฤติกรรมที่เป็นระเบียบ เป็นประโยชน์ในการ

1.สร้างความสำเร็จ คือ ช่วยให้เราและองค์กร บรรลุเป้าหมายและเจริญก้าวหน้า

3.สร้างประสิทธิภาพ คือ ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

3.สร้างสังคมที่ดี คือ ลดความขัดแย้ง ทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสงบ

4.ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัย คือ ทำให้เกิดความรับผิดชอบและสามัคคีกันลดความเสี่ยง


ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยทั้ง

1.การสร้างวินัย~ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเป็นเกราะป้องกันก่อนเกิดความผิดพลาด

2.การลงวินัย~ เพื่อปรับปรุงแก้ไขเมื่อเกิดการทำผิดพลาด หลังจากเกิดขึ้นแล้ว

เพราะว่าการปล่อยให้ตัวเราและคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเรากลายเป็นคน“ไร้วินัย”

จะนำความเสื่อมเสียและความเสียหายอันใหญ่หลวงมาสู่เราและองค์กรที่เราอยู่ได้


พี่น้องที่รัก


ด้วยเหตุว่า “วินัย” มีความสำคัญต่อชีวิต งาน และสิ่งที่เราทำอย่างมาก

เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า


"วินัย คือ สะพานที่เชื่อมระหว่างเป้าหมายกับการบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย!”

(Discipline is the bridge between goals and accomplishment.)

— Jim Rohn


เราจึงควรกระทำดังนี้

1.จงยึดวินัยไว้ ~อย่าปล่อยวินัยไป

2.จงระแวดระวังวินัยไว้

~เพราะวินัย

1).เป็นชีวิตของเรา และ

2).เป็นสะพานที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ


…อาเมนไหมครับ?

…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

9มกราคม2026 (ตอนที่284ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Show more...
4 days ago
5 minutes 10 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน เมื่อพระเจ้าขัดใจ Ep.1505

พระธรรมนำชีวิต

ตอน เมื่อพระเจ้าขัดใจ Ep.1505


 จุดที่ยากที่สุดในการติดตามพระเจ้า อาจไม่ใช่การรอคอย และอาจไม่ใช่การเผชิญความทุกข์ยาก แต่คือวันที่พระเจ้าทรงให้หรือทรงทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจหรือไม่ตรงกับความคิดของเรา ในขณะที่กษัตริย์อิสราเอลกำลังตกใจกับข่าวที่ต้องรักษานาอามานจากโรคเรื้อนจนฉีกเสื้อผ้าตัวเอง


'แต่เมื่อเอลีชาคนของพระเจ้าได้ยินว่า พระราชาแห่งอิสราเอลฉีกฉลองพระองค์ จึงใช้คนไปทูลพระราชาว่า “ทำไมฝ่าพระบาทจึงฉีกฉลองพระองค์? ให้เขามาหาข้าพระบาทเถิด แล้วเขาจะรู้ว่า มีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งในอิสราเอล” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:8


นาอามานจึงมาหาเอลีชาที่บ้านพร้อมกับบรรดาม้าและรถรบของท่าน ผมเชื่อว่านาอามานหวังว่าจะได้การต้อนรับแบบวีไอพี แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่ เอลีชาไม่ออกมาพบแต่ส่งคนมาและบอกว่า จงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง แล้วท่านจะหาย


'แต่นาอามานโกรธและไปเสียบ่นว่า “ดูสิ ข้าคิดว่าเขาจะออกมาหาข้าแน่ๆ และมายืนอยู่ และออกพระนามของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา แล้วโบกมือเหนือที่นั้น ให้โรคเรื้อนหาย ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:11


อยากให้เราลองดูตรงที่นาอามานพูด “…ข้าคิดว่า” นี่คือปัญหาที่เราเองก็พบเหมือนกัน คือเราเองมักจะมีวิธีแก้ไขปัญหาในแบบของเราเรียบร้อย และต้องการให้พระเจ้าทำแบบนั้น แต่สิ่งที่พระเจ้าสั่งให้ทำนั้นมันอาจจะดูไม่มีเหตุผลในมุมมองมนุษย์ บ่อยครั้งที่เราพลาดพระพรไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่ตอบ แต่อาจเป็นเพราะว่า พระเจ้าตอบด้วยสิ่งที่เราคิดว่าไม่ใช่หรือตอบด้วยสิ่งที่เราเราไม่ชอบ เราคาดหวังให้พระเจ้าเปลี่ยนสถานการณ์ วันนี้เราพบวิธีจากเรื่องนี้ที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้คือเราต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่าเหตุผลส่วนตัว


'“เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้า และทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ' อิสยาห์ 55:8


วันนี้เรากำลังโกรธพระเจ้าอยู่หรือเปล่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ ขอให้เราจะวางแผนการของเราลง กลับมาเชื่อฟังและยอมรับวิธีการของพระเจ้าซึ่งอาจจะดูขัดใจ ดูไร้เหตุผล ขอให้จำไว้ว่า พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราเข้าใจทุกอย่าง แต่พระองค์ต้องการให้เราเชื่อฟังและวางใจพระองค์ทุกอย่างด้วยสุดใจ

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
5 days ago
3 minutes 24 seconds

Soul Food Podcasts
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่283) วินัยที่เราควรมี คุณมีแล้วยัง?


คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่283)


วินัยที่เราควรมี คุณมีแล้วยัง?


“แต่จงปฏิบัติทุกสิ่งตามระเบียบวินัยเถิด”

~‭‭1 โครินธ์‬ ‭14‬:‭40‬ ‭TH1971‬‬

“But all things must be done properly and in an orderly way.”

‭‭ ~1 Corinthians‬ ‭14‬:‭40‬ ‭NASB2020‬‬


พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งสันติสุข

พระองค์เป็นพระเจ้าแห่ง

  1. ​ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และ
  2. ​ความคิดสร้างสรรค์

ในเวลาเดียวกัน


ชีวิตของเราจึงควร

  1. ​มีวินัย ~ต่อเนื่องเหมือนเดิม และ
  2. ​มีความสร้างสรรค์~หลากหลายแตกต่าง

เคียงคู่กันไป


แล้วเราควรมีวินัย ในเรื่องอะไรบ้าง?


  1. ​วินัยในการอธิษฐาน และนมัสการพระเจ้า

1).เป็นส่วนตัว และ

2).เป็นส่วนรวมร่วมกับผู้อื่น

  1. ​วินัยในการอ่าน ศึกษา(เรียนรู้)พระคัมภีร์ และเชื่อฟังทำตาม

1).เป็นส่วนตัว

2).เป็นกลุ่ม

  1. ​วินัยในการสามัคคีธรรม

1).เป็นกลุ่ม(แคร์)

2).เป็นทั้งคริสตจักร

  1. ​วินัยในการปรนนิบัติรับใช้

1).เป็นการส่วนตัว

2).เป็นการทำร่วมกับผู้อื่น

  1. ​วินัยในการเป็นผู้อารักขาและบริหารจัดการ

1).ทรัพย์สินเงินทองสิ่งของ

2).เวลา

3).ความสามารถ/ของประทาน

  1. ​วินัยในการเป็นพยานและประกาศข่าวประเสริฐ

1).เป็นส่วนตัว

2).เป็นกลุ่ม

  1. ​วินัยในการใช้สิทธิ์และเสรีภาพอย่างมีคุณค่าและคุณประโยชน์

1).ในการพูด

2).ในการกระทำ

  1. ​วินัยในการสื่อสารและไม่สื่อสาร(เก็บรักษาความลับ)

1).สื่อสารความจริงด้วยความรัก

2).สื่อสารความจริงอย่างซื่อสัตย์

  1. ​วินัยในการทำงานประกอบอาชีพอย่างซื่อตรงซื่อสัตย์ ตามบทบาทหน้าที่

1).ตามจรรยาบรรณ

2).ตามหลักพระคัมภีร์

  1. ​วินัยในการแสดงความชื่นชมและขอบคุณ

1).บอกชื่นชม เมื่อได้เห็นเห็นสิ่งดีที่คนอื่นทำ

2).กล่าวขอบคุณ เมื่อได้รับสิ่งดีที่คนอื่นมอบให้

  1. ​วินัยในการให้อภัยและคืนดี

1).รีบยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อเราให้เร็วที่สุด

2).ให้โอกาสและยอมคืนดีเมื่อคนผิดกลับใจใหม่

  1. ​วินัยในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนา

1).รีบสำนึกตัวและปรับปรุงแก้ไข เมื่อทำผิดพลาด หรือต่ำกว่าเกณฑ์

2).เร่งพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นหรือมีวุฒิภาวะมากขึ้นตามเกณฑ์

  1. ​วินัยในการดูแลรักษาสุขภาพ

1).สุขภาพกาย

2).สุขภาพจิต และจิตวิญญาณ

  1. ​วินัยในการดูแลและรักษาสัมพันธภาพ

1).ในครอบครัว&ญาติมิตร

2)ในคริสตจักร

3).ในชุมชน


พี่น้องที่รัก

  1. ​ขอให้เรามีวินัยในการดูแลรักษาชีวิตของเรา

1).ให้ดี

2).ให้มีสมดุลในทุกมิติ

3).ให้ดีขึ้น และ

4).ให้ดีที่สุด


  1. ​ขอให้เราทำดีและดำเนินชีวิตในแบบฉบับที่ดีที่สุดของเรา ในฐานะฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า

“เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์

เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม”

‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭2‬:‭10‬ ‭THSV11‬‬


…จะดีไหมครับ?


…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

8มกราคม2026 (ตอนที่283ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี


Show more...
5 days ago
4 minutes 43 seconds

Soul Food Podcasts
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่282) อย่าหลงทางเพราะโง่เขลา อย่าตายเอาเพราะขาดวินัย!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่282)


อย่าหลงทางเพราะโง่เขลา

อย่าตายเอาเพราะขาดวินัย!


“เขาจะตายเพราะขาดวินัยในชีวิต

และเพราะความโง่อย่างยิ่งของเขา เขาจึงหลงเจิ่นไป”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭5‬:‭23‬ ‭THSV11‬‬

“He dies for lack of discipline,

and because of his great folly he is lost.”

‭‭ ~Proverbs‬ ‭5‬:‭23‬ ‭RSVCI‬‬


เราคุ้นเคยกับ สุภาษิตที่ว่า

"รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี"

นั่นคือ ให้เรารัก + สร้างวินัย

ต่อคนที่เรารัก !

อย่าให้เราดำเนินชีวิตแบบขาดวินัย

เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราขาดวินัย

  1. ​เราจะโง่หรืองี่เง่า อย่างมหันต์
  2. ​เราจะหลงเจิ่น(หลงเตลิด)หรือ หลงทางไป
  3. ​เราจะขาดการควบคุมตัวเอง และ
  4. ​เราจะตาย แบบไม่น่าเลย เมื่อนั้น!


วินัยมี2 ประเภท คือ

  1. ​ประเภทป้องกัน ~คือให้เราสร้างวินัย ก่อนที่เราจะทำอะไรผิดแบบโง่เง่า และ
  2. ​ประเภทแก้ไข~ คือให้เราลงวินัย หลังจากได้ทำอะไรผิดพลาด(อย่างมหันต์)แบบโง่เขลาไป


ปัญหาของเรื่องวินัยก็คือ

  1. ​ไม่มีการสอน การอบรมฝึกฝน และการสร้างวินัยไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

1).ไม่มีการปลูกฝังวินัยตั้งแต่เยาว์วัย ~เพราะไม่เห็นความสำคัญ

2).ไม่เข้าใจหรือขาดทักษะในการสร้างวินัยแก่เด็กๆ~เพราะไม่มีความรู้

  1. ​มีการลงวินัย แต่ลง

1).อย่างผิดๆ โดยใช้อารมณ์ หรือ มีความโกรธเป็นตัวนำ ~อย่างไม่มีความรัก

2).อย่างรุนแรงเกินควร จนเกิดผลเสียหาย ~อย่างไม่มีการควบคุมเหนี่ยวรั้งตน


เป็นไปตามคำที่กล่าวไว้ว่า


"วินัยที่ปราศจากความรักคือการกดขี่

ความรักที่ปราศจากวินัยคืออารมณ์ชั่ววูบ"

(Discipline without love is tyranny.

Love without discipline is sentimentality.)


คำกล่าวนี้ หมายความว่าอย่างไร?


  1. ​"การลงวินัยที่ปราศจากความรักคือการกดขี่"

= วินัยที่ใช้โดยไม่มีความรักหรือความห่วงใยเป็นพื้นฐาน จะกลายเป็น

1).การใช้อำนาจตามอำเภอใจหรือตามอารมณ์(โกรธ)

2).การเน้นกฎระเบียบแต่ขาดความเข้าใจ

3).การเห็นคนเป็นเพียงแค่วัตถุที่ต้องควบคุม

ในพระคัมภีร์ เรียก“วินัย”ว่า “การตีสอน”

และการตีสอนที่ปราศจากความรักก็เป็นเพียงแค่การลงโทษ (ฮีบรู 12:6)


  1. ​"ความรักที่ปราศจากการลงวินัยคืออารมณ์ชั่ววูบ"

=ความรักที่แสดงออกโดยไม่มีวินัย ไร้ขอบเขต กติกา หรือหลักการก็

1). เป็นเพียงแค่ความรู้สึกผิวเผิน

2).เป็นการตามใจที่ทำลายมากกว่าเสริมสร้าง

ในพระคัมภีร์ ย้ำว่าความรักที่แท้จริง จะรวมถึงการตีสอนด้วย(วิวรณ์ 3:19)


สรุป


  1. ​พระเจ้าทรงเป็นแบบอย่างสมบูรณ์ ใน

1).ทรงรักอย่างไม่มีเงื่อนไข~ แม้ว่าเราจะอ่อนแอ หรือ ทำผิดบาปร้ายแรงมา และ

2).ทรงตีสอนหรือลงวินัยตามความจริงและความถูกต้อง แบบตรงไปตรงมาด้วยความรัก

เพื่อให้ผู้ที่รับการลงวินัยจะหายโง่ ไม่หลงทาง ไม่ตาย แต่จะเกิดผลเป็น

ก.ความชอบธรรม

ข.สันติสุข

เหมือนดังที่พระคัมภีร์หนุนใจเราว่า

“การตีสอน(วินัย)ทุกอย่างดูไม่น่ายินดีเลยในเวลานั้น

แต่น่าเศร้าใจ แต่ภายหลังก็ก่อให้เกิดผลคือสันติสุขและความชอบธรรม

แก่บรรดาคนที่ถูกฝึกฝนโดยการตีสอนนั้น”

‭‭ ~ฮีบรู‬ ‭12‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬

2.เราจึงควรมีทั้ง

1).ความรัก และ

2).การสร้างวินัยและการลงวินัย ตัวเราเอง และคนอื่นๆ ด้วย เพื่อเราจะ

ก.ไม่โง่จนหลงเจิ่นไป และ

ข.ไม่ตายเพราะขาดวินัยในชีวิต


…เห็นด้วยไหมครับ?


…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

6มกราคม2026 (ตอนที่281ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Show more...
6 days ago
5 minutes 3 seconds

Soul Food Podcasts
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่281) ทำอย่างนี้ แล้วจะมีความสุข!



คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่281)


ทำอย่างนี้ แล้วจะมีความสุข!

(หลักการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตามแนวทางคริสเตียน)


“คนที่มีใจบริสุทธิ์ ก็เป็นสุข

เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า”

‭‭ ~มัทธิว‬ ‭5‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬



เราที่เชื่อในพระเจ้าควรจะมีความสุข!

คนที่เชื่อพระเจ้าควรจะเป็นคนที่มีใจบริสุทธิ์

และคนที่มีใจบริสุทธิ์ก็คือคนที่เป็นสุข

แล้วคนเป็นสุข ควรจะดำเนินชีวิต อย่างไร ?

คำตอบก็คือ คนที่เป็นสุข ควรจะดำเนินชีวิตดังต่อไปนี้


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบมีความสัมพันธ์ที่ดีและติดสนิทกับพระเจ้า

~ความสุขแท้ไม่ได้มาจากสิ่งของที่เรามี

แต่มาจากพระเจ้าที่เรามีและจากการที่เรารู้ว่าเราเป็นของพระเจ้า และ

พระองค์ทรงอยู่กับเราอย่างใกล้ชิดเสมอ

“พระบิดาทรงรักเราอย่างไร เราก็รักพวกท่านอย่างนั้น

จงติดสนิทอยู่กับความรักของเรา”

‭‭ ~ยอห์น‬ ‭15‬:‭9‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบทีละวันไปกับพระเจ้าโดยไม่กระวนกระวายถึงพรุ่งนี้

~ความกระวนกระวายใจถึงแต่วันพรุ่งนี้ จะทำให้เราทุกข์ในวันนี้โดยไม่จำเป็น

เพราะความสุขเกิดขึ้นเมื่อเราดำเนินชีวิตกับพระเจ้าวันต่อวัน

“เพราะฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้

เพราะว่าพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกระวนกระวายของมันเอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว”

‭‭ ~มัทธิว‬ ‭6‬:‭34‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบมอบภาระหนักที่แบกไว้ลง และไว้วางใจในพระเจ้า100%

~การแบกภาระหนักด้วยความกังวลจะทำให้ใจเราหนัก แต่ความไว้วางใจพระเจ้า

และมอบชีวิตและภาระทั้งหมดไว้ในพระหัตถ์พระเจ้าแทนที่จะพยายามทำทุกสิ่ง

และควบคุมทุกอย่างเอง จะทำให้ใจเราสงบและเบาลง

“จงมอบภาระของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน

พระองค์จะไม่ทรงยอมให้ คนชอบธรรมคลอนแคลนเลย”

‭‭ ~สดุดี‬ ‭55‬:‭22‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบรู้จักพอเพียง พอใจและรู้คุณค่าของสิ่งที่มี

~ความสุขไม่ใช่การมีมาก แต่คือการพอใจกับสิ่งที่พระเจ้าประทาน

หัวใจที่รู้จักพอ จะเต็มไปด้วยความสุขความยินดี

“อันที่จริง การอยู่ในทางพระเจ้าพร้อมกับมีความพอใจก็เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง

เพราะว่าเราไม่ได้เอาอะไรเข้ามาในโลกเช่นไร เราก็เอาอะไรออกไปจากโลกไม่ได้เช่นกัน

ถ้ามีอาหารและเสื้อผ้า เราก็ควรพอใจในสิ่งเหล่านั้น”

~‭‭1 ทิโมธี‬ ‭6‬:‭6‬-‭8‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบยึดมั่นในความเชื่อและความหวังใจในอนาคต

~ ความหวังในพระเจ้าทำให้เราก้าวต่อไปแม้แต่ในวันที่มืดมน

เพราะมั่นใจว่าอนาคตของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์

“พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับพวกเจ้า

เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เพื่อจะให้อนาคตและความหวังแก่เจ้า”

‭‭ ~เยเรมีย์‬ ‭29‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบทำความดีและรับใช้ผู้อื่นด้วยใจถ่อมเสมอ

~ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้น เมื่อเราไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง

การรับใช้และทำดีต่อผู่อื่นด้วยความถ่อมสุภาพ ทำให้ชีวิตมีความหมาย

“เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่ง

ต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ”

‭‭ ~กาลาเทีย‬ ‭6‬:‭10‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตด้วยความรักและการให้อภัยเหมือนพระคริสต์ ไม่พูดและไม่ทำสิ่งเลวร้ายใดๆ

~ความโกรธเกลียดทำลายความสุข แต่การให้อภัยเยียวยาหัวใจ

เมื่อเรารักและให้อภัย เราก็จะเป็นอิสระจากความขมขื่น

“แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ

คือพระคริสต์ จงเอาความขมขื่น ความฉุนเฉียว ความโกรธ การทุ่มเถียง การพูดจาดูหมิ่น

รวมทั้งการร้ายทุกอย่างออกไปจากพวกท่าน แต่จงมีใจกรุณา ใจสงสาร และ

ใจให้อภัยแก่กันและกัน เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์”

‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭4‬:‭15‬, ‭31‬-‭32‬ ‭THSV11‬‬


  1. ​ดำเนินชีวิตแบบน้อมยอมรับว่าความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและการเกิดผล

~ความสุขของผู้เชื่อ ไม่ได้หมายถึงชีวิตที่ไร้ปัญหา

แต่คือการรับรู้ว่าพระเจ้าทรงใช้ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อหล่อหลอมเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อพวกท่านพบกับการทดลองใจต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง

เพราะพวกท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน และ

จงให้ความทรหดอดทนนั้นมีผลอย่างสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์และ

ดีพร้อม โดยไม่ขาดสิ่งใดเลย”

‭‭ ~ยากอบ‬ ‭1‬:‭2‬-‭4‬ ‭THSV11‬‬


9.ดำเนินชีวิตแบบมีความความกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้าและผู้มีพระคุณ

~หัวใจที่ขอบคุณอยู่เสมอ จะมองเห็นพระพรได้แม้แต่ในวันที่ยากลำบาก

ความกตัญญูกตเวทีสามารถเปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นความสุขได้

“จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า

สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์”

~‭‭1 เธสะโลนิกา‬ ‭5‬:‭18‬ ‭THSV11‬‬


10.ดำเนินชีวิตแบบถูกต้องโดยยึดความจริงของพระเจ้าและมโนธรรมที่ดี

~ใจที่ซื่อตรงจะไม่ถูกหลอกหลอนด้วยความรู้สึกฟ้องผิด

สันติสุขภายในเกิดจากการเดินอยู่ในทางของพระเจ้าตลอดไป

“เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงอุตส่าห์ประพฤติตามมโนธรรมที่ดีเสมอ

ไม่ให้ผิดต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์”

‭‭ ~กิจการ‬ ‭24‬:‭16‬ ‭THSV11‬‬


สรุป


เรามีความสุขได้เสมอ เมื่อเราดำเนินชีวิตตามแนวทางที่พระเจ้าแนะนำหรือบัญชาไว้



Show more...
1 week ago
5 minutes 55 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน เสียงแห่งความเชื่อ Ep.1503

พระธรรมนำชีวิต

ตอน เสียงแห่งความเชื่อ Ep.1503


เรามักจะพบว่าคำพูดของคนที่มีอำนาจมักจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่วันนี้ขอให้เรื่องราวนี้เป็นกำลังใจสำหรับคนอย่างพวกเราที่ไม่มีอำนาจอะไรแต่ยังคงทำหน้าที่ของเราต่อไป ในการพูดสิ่งที่ต้องพูดเสมอนั่นคือข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู เพราะข่าวประเสริฐนี้จะนำการเปลี่ยนแปลงมายังชุมชนที่เราอาศัยอยู่ นาอานมานมีทุกอย่างรวมถึงความทุกข์ใจเพราะเป็นโรคเรื้อนด้วย พระเจ้าทรงช่วยเหลือเขาจากเสียงคำแนะนำของเด็กหญิงเล็กๆจากอิสราเอล กองโจมตีหรือกองปล้นสะดมของคนซีเรียได้จับเด็กหญิงคนหนึ่งมาจากอิสราเอลมารับใช้ภรรยาของนาอามาน


'เธอได้เรียนนายผู้หญิงของเธอว่า “เพียงแค่นายผู้ชายไปอยู่กับผู้เผยพระวจนะซึ่งอยู่ในสะมาเรีย แล้วท่านจะได้รักษาโรคเรื้อนของเจ้านายเสียให้หาย” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:3


ความเชื่อของเด็กหญิงที่ตัวเล็กนี้มีมากจริงๆ เด็กหญิงรับใช้ที่ไร้ชื่อ ไร้บ้าน ไม่มีอำนาจ แต่เธอมีความเชื่อที่นำให้เจอก้าวข้ามความขมขื่นที่ถูกจับมา เธอยืนยันว่า หากนาอามานไปอยู่กับคนของพระเจ้าในสะมาเรีย เขาจะหาย นี่เป็นความเชื่อของเด็กที่มั่นใจว่า พระเจ้าสามารถรักษาโรคร้ายนี้ได้


'นาอามานจึงไปทูลเจ้านายของท่าน ว่า สาวใช้จากแผ่นดินอิสราเอลพูดว่าอย่างนั้น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:4


นี่คือความจริง นาอามานอยู่ในภาวะสิ้นหวัง แต่เขาเลือกจะไม่ปฎิเสธคำแนะนำจากเด็กคนนี้ เขาก็นำเรื่องไปแจ้งให้กษัตริย์รู้ เสียงแห่งความเชื่อจากคนเล็กน้อยเริ่มมีอำนาจมากขึ้นเมื่อถูกเล่าผ่านนาอามาน ในที่สุดกษัตริย์แห่งซีเรียจึงอนุญาตให้นาอามานไป แต่เขาไม่ได้สั่งให้ไปพบคนของพระเจ้า แต่สั่งให้ไปพบกษัตริย์แห่งอิสราเอล พร้อมด้วยเครื่องบรรณาการมากมาย วันนี้เราอาจจะรู้สึกเหมือนเด็กหญิงคนนี้ รู้สึกว่าเสียงของตัวเองเล็กเกินไป แต่เรื่องราวนี้ให้กำลังใจเราว่า เสียงเล็ก ๆ ที่เต็มด้วยความเชื่อ สามารถเปิดทางให้เกิดการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ คือเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนสำคัญมากๆ ได้


'แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกพวกที่โลกถือว่าโง่ เพื่อทำให้พวกมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกพวกที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้พวกที่แข็งแรงอับอาย ' 1 โครินธ์ 1:27


อย่าดูถูกตัวเอง อย่าดูถูกคำพูดที่มาจากหัวใจที่รักพระเจ้า ขอให้เราที่จะกล้าพูดถ้อยคำแห่งความเชื่อ กล้าที่จะหนุนใจให้กำลัง กล้าที่จะชี้ทางออกด้วยความรัก แม้ว่าในสายตาของทุกคนเราอาจจะไม่มีตัวตน แต่ถ้าเรากล้าพูดในสิ่งที่ต้องพูดด้วยความเชื่อ พระเจ้าจะทรงขยายเสียงของเราให้ดังขึ้น ขอเพียงเรากล้าพูดในสิ่งที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในใจ แม้จะเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ แต่ถ้ามีความเชื่อ พระเจ้าทรงได้ยิน และพระองค์ใช้เสียงแบบนั้นเสมอ

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 week ago
3 minutes 51 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.280 อย่ามองขัามพระพร!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่280)


อย่ามองขัามพระพร!


“ขอพระยาห์เวห์ประทานกำลังแก่ประชากรของพระองค์

ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรประชากรของพระองค์ให้สมบูรณ์พูนสุข

~สดุดี 29:11 THSV11

“The Lord gives strength to his people;

the Lord blesses his people with peace.”

‭‭ ~Psalms‬ ‭29‬:‭11‬ ‭NIV‬‬


พระคัมภีร์สอนเราว่า

1.พระเจ้าแห่งพระพร ทรงเป็นทั้ง

1).พระผู้สร้าง ~ผู้ทรงมีอำนาจเหนือธรรมชาติ

2).พระผู้ไถ่ ~ผู้ทรงรักห่วงใยประชากรของพระองค์

2.พระเจ้าทรงอวยพระพรที่ตอบสนองครอบคลุมทั้ง

1).ความต้องการฝ่ายกาย ~ที่รวมทั้งพลกำลังและปัจจัยที่จำเป็นต่างๆ

2).ความต้องการฝ่ายจิตวิญญาณ~ที่รวมทั้งสันติสุขและความยินดี

3.พระเจ้าทรงเป็นที่พึ่งพาและเป็นที่ลี้ภัยแก่ทุกคนที่เข้ามาพึ่งพิงพระองค์

1).ในสถานการณ์ปกติ

2).ในทุกวิกฤติการณ์

4.พระเจ้าทรงอวยพระพรพิเศษแก่คนที่เชื่อฟังปฏิบัติตามพระบัญชา

1).ประทานความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า

2).ประทานความสมบูรณ์พูนสุข


แต่“พระพร”ไม่ใช่หมายความถึงแค่วัตถุสิ่งของที่เราขอหรือที่เราต้องการ

ที่ทำชีวิตของเราสะดวกสบายและรู้สึกมั่นคงมากขึ้น

แต่ยังหมายถึง ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เรามีกำลังกายและกำลังใจที่จะเดินต่อไปได้

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร อาทิ


1.การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้ากับเรา ~ก็นับว่าเป็นพระพร

2.การตระหนักรู้ว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมบางสิ่งให้แก่เรา~ก็นับว่าเป็นพระพร

3.การมีประสบการณ์กับการจัดเตรียมของพระเจ้า~ก็นับว่าเป็นพระพร

4.การมีเพียงพอในทุกสถานการณ์~ก็นับว่าเป็นพระพร

5.การมีมากขึ้นหรือมีอุดมสมบูรณ์ขึ้น~ก็นับว่าเป็นพระพร

6.การมีความสงบสุขในจิตใจในยามเผชิญปัญหาได้~ก็นับว่าเป็นพระพร

7.การได้รับพระคุณที่ช่วยเหลือเราในยามที่ต้องการ~ก็นับว่าเป็นพระพร

8.การเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ~ก็นับว่าเป็นพระพร

9.การมีกำลังเรี่ยวแรงรับมือกับวิกฤติกาลได้~ก็นับว่าเป็นพระพร

10.การไม่มีเรื่องโศกเศร้าใดๆมารบกวน~ก็นับว่าเป็นพระพร

11.การหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันยาวนานมาได้~ก็นับว่าเป็นพระพร

12.การได้รับการปกป้องให้พ้นอันตรายและการรักษาให้หาย~ก็นับว่าเป็นพระพร

13.การที่พระเจ้าทรงระลึกถึงและรับฟังคำอธิษฐานวิงวอนของเรา~ก็นับว่าเป็นพระพร

14.การได้รับฟังและการได้ทำตามพระวจนะของพระเจ้าด้วยความเชื่อฟัง~ก็นับว่าเป็นพระพร

15.การเจริญเติบใหญ่ก้าวหน้า มีความสำเร็จและมีชื่อเสียงดี~ก็นับว่าเป็นพระพร

16.การได้ปรนนิบีติรับใช้และการรับใช้นัันเกิดผล~ก็นับว่าเป็นพระพร

17.การได้รักใครและได้รับความรักจากใครบางคน~ก็นับว่าเป็นพระพร

18.การมีพี่น้องมิตรสหายดีและมีคริสตจักรที่ดีที่เราเป็นส่วนหนึ่งได้~ก็นับว่าเป็นพระพร

ฯลฯ


ดังนััน พี่น้องที่รัก

1.อย่าให้เรามองข้ามพระพรของพระเจ้าที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ

2.จงพินิจพิเคราะห์ใคร่ครวญและซาบซึ้งในสิ่งที่ได้รับมาด้วยใจโมทนาขอบพระคุณ


อย่างไรก็ตาม พี่น้องที่รัก

พระเจ้ามิได้ประสงค์ให้เราเรียกร้อง โหยหาแต่พระพร หรือพอใจอยู่กับพระพร

แต่ทรงประสงค์ให้เราเป็นพระพรหรือเป็นท่อพระพรแก่คนอื่นๆด้วย

เหมือนดังที่พระเจ้าได้ตรัสกับอับราฮัมไว้ว่า

“เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรเจ้า

จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โต แล้วเจ้าจะเป็นพร”

‭‭ ~ปฐมกาล‬ ‭12‬:‭2‬ ‭THSV11‬‬

(“I will make you a great nation, I will bless you.

I will make your name great, and you will be a blessing.”

‭‭ ~Genesis‬ ‭12‬:‭2‬ ‭GW‬‬


พี่น้องที่รัก วันนี้ คุณพร้อมที่จะ

1.ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ได้รับมา และ

2.แบ่งปันพระพรที่ได้รับมานั้นแก่คนอื่นๆ ด้วยใจกว้างขวาง

…แล้วหรือยัง?

…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

5มกราคม2026 (ตอนที่280ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Show more...
1 week ago
5 minutes 33 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน เก่งแต่ยังไม่สมบูรณ์ Ep.1502

พระธรรมนำชีวิต

ตอน เก่งแต่ยังไม่สมบูรณ์ Ep.1502


เราทุกคนต่างต้องการที่จะมีความสมบูรณ์แบบ เราอยากเป็นคนเก่ง เป็นที่ยอมรับ และประสบความสำเร็จ แต่ความจริงของชีวิตก็คือ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% ภายใต้ความสำเร็จที่สวยหรู มักมีจุดบกพร่องที่เราพยายามซ่อนไว้เสมอ วันนี้ผมขอแนะนำให้รู้จักชายคนหนึ่งที่มีพร้อมทุกอย่างแต่ก็มีจุดบกพร่อง


'นาอามานผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาแห่งซีเรีย เป็นคนสำคัญมากของพระราชา เป็นคนมีเกียรติ เพราะว่าพระยาห์เวห์ประทานชัยชนะแก่ซีเรียโดยท่านนี้ ท่านเป็นนักรบกล้าหาญด้วย แต่ท่านเป็นโรคเรื้อน ' 2 พงศ์กษัตริย์ 5:1


ชีวิตของนาอามานคือภาพของคนที่หลายคนใฝ่ฝัน เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ เป็นวีรบุรุษของชาติ มีตำแหน่ง มีอำนาจ มีชื่อเสียง พระวจนะของพระเจ้าบันทึกว่า พระเจ้าทรงใช้เขานำชัยชนะมาให้ชาติของตน ทุกอย่างดูพร้อม ดูดีไปหมด และนี่ทำให้เห็นถึงอธิปไตยของพระเจ้า พระองค์ทรงนำความสำเร็จมาให้กับชนชาติชีเรียผ่านนาอามาน แต่นาอามานเป็นโรคเรื้อน คำว่า “แต่” ในข้อนี้ ไม่ใช่แค่ข้อมูลเพิ่มเติม แต่เป็นความจริงที่โหดร้ายกับชีวิตว่าคนที่สำเร็จดูดีไปทุกอย่างแบบเขา ก็มีจุดอ่อน แม้ว่านาอามานจะชนะศึกในสนามรบ แต่เขาแพ้ในร่างกายของตัวเอง นี่คือความจริงของมนุษย์ที่ชีวิตอาจดูดี ประสบความสำเร็จในสายตาคนอื่น แต่ข้างในกลับอ่อนล้า บาดเจ็บ และแตกสลาย เราอาจมีงานที่ดีมีบทบาทที่คนยอมรับ มีผลงานที่น่าภูมิใจ แต่ยังมีโรคเรื้อน หรือความอ่อนแอบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ ความสำเร็จภายนอก ไม่สามารถรักษาบาดแผลภายในได้ ปัญหาที่แท้จริงของชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเห็น แต่คือสิ่งที่เราพยายามซ่อนไว้ และบางครั้งสิ่งนั้นพระเจ้าทรงอนุญาตให้ เกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อทำลายเรา
แต่เพื่อพาเราไปสู่การรักษาที่แท้จริง


'แต่พระยาห์เวห์ตรัสกับซามูเอลว่า “อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือที่ความสูงแห่งร่างกายของเขา เพราะเราไม่ยอมรับเขา เพราะพระยาห์เวห์ไม่ได้ทอดพระเนตรเหมือนที่มนุษย์ดู เพราะมนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอก แต่พระยาห์เวห์ทอดพระเนตรจิตใจ” ' 1 ซามูเอล 16:7

วันนี้ลองถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า ชีวิตของเรายังมีอะไรที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือไม่ เราอาจเก่ง แต่ยังขาด สิ่งที่เราขาด พระเจ้าไม่ได้ต้องการวีรบุรุษที่สมบูรณ์แบบ แต่พระองค์ทรงรอคอยคนป่วยที่รู้ตัวว่า ตัวเองต้องการหมอ หากวันนี้เรามีคำว่าแต่...ในชีวิต ให้นำสิ่งนั้นมาหาพระองค์ เพราะพระเจ้าทรงเชี่ยวชาญในการเติมเต็มส่วนที่ขาด ให้กลับมาสมบูรณ์

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 week ago
4 minutes

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.279 เชือกเส้นนั้น!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่279)


เชือกเส้นนั้น!


“สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาก็เป็นไปตามสุภาษิตซึ่งเป็นความจริงที่ว่า

“สุนัขเลียกิน สิ่งที่มันสำรอกออกมา” และ

“สุกรที่คนล้างมันให้สะอาดแล้ว กลับลุยลงไปนอนในโคลนอีก””

~‭‭2 เปโตร‬ ‭2‬:‭22‬ ‭THSV11‬‬

“What happened to them shows that the proverbs are true:

“A dog goes back to what it has vomited” and “A pig that has been washed

goes back to roll in the mud.””

‭‭ ~2 Peter‬ ‭2‬:‭22‬ ‭GNT‬‬



มีเรื่องเล่าว่า…


“สุนัขกับวัว นัดกันหนีออกจากคอกในเวลากลางคืน

เพื่อใช้ชีวิตที่มีอิสระเสรีตามภูเขาและไพรกว้าง

พอถึงกลางคืน สุนัขมาพบวัว และเริ่มต้นกัดเชือกที่สนอยู่กับจมูกวัวซึ่งผูกไว้กับเสา

แต่วัวรีบห้าม พร้อมกล่าวว่า...

“อย่าเลย! เธอแค่ช่วยแกะมันออกจากเสาก็พอ นี่เป็นเชือกที่ดีเส้นหนึ่ง

...ฉันไม่มีสมบัติอะไรเลย นอกจากเชือกเส้นนี้ ฉันจะเอามันไปด้วย”!

สุนัขทำตามที่วัวขอ หาวิธีแก้เชือกออกจากเสาปล่อยให้ปลายข้างหนึ่งยังสนอยู่กับจมูกวัว

แล้วทั้งสุนัขกับวัวก็รีบวิ่งออกจากประตูหนีไป


ในระหว่างการหนี สุนัขหนีไปไกลแล้ว

แต่วัวกลับติดอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้

เพราะเชือกที่สนจมูก พันเข้ากับกิ่งไม้

เจ้าของจึงมาพามันกลับไปเข้าคอกอีกครั้ง

วัวจึงพูดกับตัวเองว่า....


“ความผิดของฉันมีเพียงอยู่อย่างเดียว นั่นคือ

ฉันคิดจะรักษาเชือกเส้นนั้นไว้....

ความอาลัยอาวรณ์ต่อเชือกเส้นนั้น

เป็นภัยแห่งชีวิตของฉันจริง ๆ !”


พี่น้องที่รัก

ไม่ทราบว่า คุณมีเชือกเส้นนั้นอยู่ในชีวิตของคุณหรือไม่?

…เชือกเส้นนั้นคืออะไร?

จงระวังเชือกเส้นจะนำภัยมาสู่ตัวคุณ!


…สำหรับบางคน เชือกเส้นนั้นอาจคือ เกม!

เพราะบางคนเล่นเกมส์ถึงวันละ 5-7 ชั่วโมง

โดยไม่สนใจเรียน ไม่สนใจทำงาน หรือไม่ยอมพักผ่อน

…สำหรับบางคน เชือกเส้นนั้นคือ การติดพนัน!

…สำหรับบางคน เชือกเส้นนั้นคือ ความรักสนุกและชอบเที่ยว

…สำหรับบางคน เชือกเส้นนั้น อาจคือ ยาเสพติด หรือสุราเมายา!

…สำหรับหนุ่มสาวบางคน เชือกเส้นนั้นอาจคือ อาชีพการงาน(ที่ไม่เหมาะสม)

คือเป็นงานที่เขาหรือเธอติดมันมาก จนละเลยหรือลืมคนที่รักเขาหรือเธอ!

…สำหรับคนแก่ชราบางคน เชือกเส้นนั้นอาจคือ ความทรงจำอันขมขื่น

ที่ยากจะลืมเลือนไปเสีย

…สำหรับคนส่วนใหญ่ เชือกเส้นนั้นคือ บาป อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่พวกเขาติดอยู่ใต้อำนาจของมัน

…สำหรับคนจำนวนไม่น้อย เชือกนั้นคือ “นิสัยที่ไม่ดี!”


คนบางคนทั้งๆที่มีความสามารถดี และมีอนาคตที่ดูสดใส

แต่สุดท้ายกลับไปไม่รอด เพราะมีปัญหาเรื่องอุปนิสัย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองหรือ อุปนิสัยที่เห็นแก่ตัว!

สุดท้ายก็เข้ากับคนอื่นไม่ได้ หรือทำให้คนอื่นรังเกียจ

จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ จึงทำให้ตัวเขาก้าวหน้าต่อไปไม่ได้!


จงฟังคำเตือนที่ว่า.....


"จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งความสำเร็จ

เราต้องอาศัยทั้งความสามารถและจังหวะที่ดี

แต่การยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดนั้นให้ยาวนาน

…เราต้องมีอุปนิสัยที่งดงาม!"

(To climb to greater heights of success,

We must have both ability and timing!

But to remain at the peak of that success for long,

We must possess good character!)


คนบางคนอาจมีบุคลิกภาพดี เป็นที่ชื่นชมและยอมรับ

แต่ความนิยมชมเชยที่มีต่อเขานั้นจะยังคงอยู่ยาวนานแค่ไหนนั้น

ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะหรือ อุปนิสัยที่ดีของตัวเขาเอง!

ดังคำกล่าวว่า....


“บุคลิกภาพดีมีพลังเปิดประตู

แต่อุปนิสัยดีทำให้ประตูนั้นยังคงเปิดอยู่เสมอ”

(Personality has the power to open doors, but character keeps them open.)


คำว่า “อุปนิสัย” หมายความว่า

“สันดานเดิม, ความเคยชินหรือพฤติกรรมแสดงออกบ่อย ๆ “

ดังนั้น หาก “เชือก”ในอุทาหรณ์ข้างต้น หมายถึง ”อุปนิสัย“

ใครที่หวงแหนอุปนิสัยที่ไม่ดีไว้แน่น ในไม่ช้าเขาเองก็จะหวนกลับ

ไปนำ“เชือก”เส้นนั้นมาผูกคอตัวของเขาเองอย่างแน่นอน

1.เหมือนสุนัข ที่กลับไปเลียกินสิ่งที่มันสำรอกออกมา

2.เหมือนสุกร ที่คนล้างมันให้สะอาดแล้ว กลับลุยลงไปนอนในปลักอีก!”

(2ปต.2:22)


พี่น้องที่รัก

ไม่ว่า “เชือก”เส้นนั้น ในชีวิตของคุณคืออะไร?

หวังว่า คุณ

1.จะไม่หวนกลับไปหามันอีก และ

2.จะไม่เอามันเข้าในปีใหม่ของคุณด้วยเป็นอันขาด

…โอเค ไหมครับ?


…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

4มกราคม2026 (ตอนที่279ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี


Show more...
1 week ago
6 minutes 8 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่ใช่แค่พอแต่มีเหลือเสมอ EP.1501

พระธรรมนำชีวิต

ตอน ไม่ใช่แค่พอแต่มีเหลือเสมอ EP.1501


ในยามขาดแคลน สิ่งที่เรามีมักดู น้อยเกินไป แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้าสิ่งเล็กน้อยที่อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์สามารถกลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ที่มีจนเหลือได้เสมอ 2 พงศ์กษัตริย์ 4:42–44 ทำเราได้เห็นการอัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งเป็นการเลี้ยงดูคนจำนวนมากด้วยของเพียงเล็กน้อย


“มีชายคนหนึ่งมาจากบาอัลชาลิชาห์ เขานำของมาให้คนของพระเจ้ามีขนมปังเป็นพืชผลแรกคือ ขนมบาร์เลย์ 20 ก้อน และรวงข้าวใหม่ใส่กระสอบของเขามา และเอลีชากล่าวว่า “จงให้คนเหล่านั้นกิน””

‭‭2 พงศ์กษัตริย์‬ ‭4‬:‭42‬ ‭


ผู้รู้อธิบายว่า ชายคนนี้แม้จะอยู่ในดินแดนของพระบาอัลแต่เขารักพระเจ้าและยังคงเชื่อฟังนำผลแรกมาถวายแต่ฐานะเขาไม่ได้ร่ำรวยเพราะสิ่งที่เขานำมาถวายคือ ขนมบาร์เล่ย์และรวงข้าว ชายคนนี้นำมาถวายให้เอลีชาซึ่งผู้คนมองว่าเป็นคนของพระเจ้าในเวลานั้น ซึ่งเอลีชาอยู่ในสถานการณ์ความกันดารอาหารกับกลุ่มผู้เผยพระวจนะ ท่านจึงสั่งคนใช้ว่าให้นำอาหารนี้ให้พวกเขากิน


“แต่คนใช้ของท่านตอบว่า “ข้าพเจ้าจะตั้งอาหารเพียงเท่านี้ให้คน 100 คนกินกันได้อย่างไร?” ท่านจึงสั่งซ้ำว่า “จงให้คนเหล่านั้นกินเถิด เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘เขาทั้งหลายจะกินและยังเหลืออีก’ ””

‭‭2 พงศ์กษัตริย์‬ ‭4‬:‭43‬ ‭


หากเรามองเรื่องนี้ด้วยสายตาของมนุษย์ คนใช้ของเอลีชาก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่สิ่งที่เอลียาตอบกลับผมมองว่าความสำคัญอยู่ตรงคำว่า พระเจ้าตรัสว่า เพราะหากเป็นสิ่งที่พระเจ้าตรัสมันจะเป็นจริงแน่นอน


“เขาจึงตั้งอาหารไว้ต่อหน้าเขาทั้งหลาย พวกเขาได้กิน และยังเหลืออยู่จริงตามพระวจนะของพระยาห์เวห์”

‭‭2 พงศ์กษัตริย์‬ ‭4‬:‭44‬ ‭


ไม่มีอะไรที่พระเจ้าทรงทำไม่ได้ พระวจนะของพระเจ้าไม่ได้บอกว่าน่าจะพอหรือ ลองดูแล้วกัน แต่บอกชัดเจนว่า พวกเขากินและยังเหลืออีก ปัญหาในชีวิตเราไม่ใช่เพราะเรามีน้อย แต่ปัญหาคือ เรากำลังวางสิ่งที่เรามีไว้ในมือใคร หากสิ่งเล็กน้อยอยู่ในมือเรา มันจะยิ่งเล็กลงเมื่อเจอปัญหาใหญ่ แต่ถ้าสิ่งเล็กน้อยนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้ามันจะไม่ใช่แค่เพียงพอแต่มันจะยังมีเหลือด้วย ดูตอนที่พระเยซูเลี้ยงคนมากกว่า 5 พันคนในเรื่องราวนั้นยิ่งใหญ่กว่านี้อีก ขอเพียงเรามีความเชื่อ และวางใจที่จะมอบสิ่งที่เรามีไว้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า ขอให้เราจำไว้ว่าสิ่งที่ดูไม่พอในสายตาของเรา อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะได้เห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้า อย่าเก็บสิ่งที่มีที่เล็กน้อยนั้นไว้ด้วยความกลัว แต่ขอให้เรามอบมันด้วยความเชื่อ แล้วเราจะได้เห็นว่า พระเจ้าทรงดูแลคนที่วางใจในพระองค์ให้มีมากเกินพอ

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 week ago
3 minutes 47 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.278 จะไปไหน อยู่ไหน ก็ได้พร!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่278)


จะไปไหน อยู่ไหน ก็ได้พร!


“ท่านจะรับพระพรในเมือง

ท่านจะรับพระพรในทุ่งนา”

‭‭ ~เฉลยธรรมบัญญัติ‬ ‭28‬:‭3‬ ‭THSV11‬‬

“You will be blessed in the city

and blessed in the country.”

‭‭ ~Deuteronomy‬ ‭28‬:‭3‬ ‭NIV‬‬


ถ้าคุณอยากให้ชีวิตของคุณ ได้รับพระพรจากเบื้องบนเข้ามาชีวิต

ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือ ไปอยู่ที่ใด?

คุณต้องตั้งใจฟังและจริงจังในการดำเนินชีวิตตามที่พระเจ้าตรัสสอนและบัญชาไว้


ต่อไปนี้ เป็นแนวทาง ที่คุณควรดำเนินตาม เพื่อจะให้พระพรของพระเจ้าติดตามชีวิตและงานที่คุณทำ


1.Relationship:สัมพันธภาพ


~ในการดำเนินชีวิต คุณต้องพัฒนาสัมพันธภาพระหว่าง

1).คุณกับพระเจ้าให้รู้จักและสนิทสนมลึกซึ้งต่อกันมากยิ่งขึ้น

~โดยกระทำตามแนวทางที่พระเจ้าทรงเปิดเผยและบัญชาไว้อย่างชัดเจนแล้วในพระคัมภีร์

2).คุณกับผู้อื่นให้รู้จักและเสริมสร้างกันอย่างจริงใจ

~โดยรักกันอย่างถูกต้องเหมือนดังที่พระเยซูคริสต์ทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข

“พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราจะซ่อนสิ่งซึ่งเราจะทำนั้นไม่ให้อับราฮัมรู้หรือ? แน่ทีเดียวอับราฮัมจะเป็นประชาชาติใหญ่โตและมีกำลังมาก และประชาชาติทั้งหมดในโลกจะได้รับพรก็เพราะเขา เพราะเราเลือกเขาแล้ว เพื่อเขาจะได้กำชับลูกหลาน และครอบครัวที่สืบต่อมาของเขา ให้รักษาพระมรรคาของพระยาห์เวห์ ให้ทำความชอบธรรมและความยุติธรรม เพื่อพระยาห์เวห์จะประทานแก่อับราฮัม ตามที่พระองค์ตรัสไว้แก่เขา””

‭‭ ~ปฐมกาล‬ ‭18‬:‭17‬-‭19‬ ‭THSV11‬‬


2.Righteousness:ความชอบธรรม


~ในการดำเนินชีวิต คุณจงคิด พูด และทำดีอย่างถูกต้อง ด้วยใจกว้างขวาง

“สรรเสริญพระยาห์เวห์ คนที่ยำเกรงพระยาห์เวห์ก็เป็นสุข เขายินดีอย่างยิ่งในพระบัญญัติของพระองค์ พงศ์พันธุ์ของเขาจะมีอำนาจในแผ่นดิน พวกคนเที่ยงธรรมจะรับพระพร ทรัพย์สินและความมั่งคั่งอยู่ในบ้านของเขา และความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์”

‭‭ ~สดุดี‬ ‭112‬:‭1‬-‭3‬ ‭THSV11‬‬


3.Responsibility:ความรับผิดชอบ


~ในการดำเนินชีวิต คุณจงเป็นคนที่รับผิดชอบและใส่ใจในงานที่ได้รับมอบหมาย

“โยเซฟเป็นที่โปรดปรานของนาย และท่านรับใช้นาย นายก็ตั้งให้เป็นผู้ดูแลบ้าน และมอบทุกสิ่งที่เขามีไว้ในมือของท่าน ตั้งแต่โปทิฟาร์ตั้งโยเซฟให้เป็นผู้ดูแลบ้านและทุกสิ่งที่เขามีแล้ว พระยาห์เวห์ก็ทรงอวยพรแก่ครอบครัวของคนอียิปต์นั้นเพราะเห็นแก่โยเซฟ และพระพรของพระยาห์เวห์มาเหนือทุกสิ่งซึ่งเขามี ทั้งในบ้านและในนา เขามอบของทุกอย่างของเขาไว้ในความดูแลของโยเซฟ เมื่อมีท่านแล้ว เขาก็ไม่ได้เอาใจใส่สิ่งใดเลย เว้นแต่อาหารที่เขารับประทาน โยเซฟนั้นรูปร่างหน้าตาดี”

‭‭ ~ปฐมกาล‬ ‭39‬:‭4‬-‭6‬ ‭THSV11‬‬


4.Reliability:ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้


~ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน คุณจงเป็นคนสัตย์ซื่อที่ไว้วางใจได้ ไม่ทำให้ใครผิดหวัง

“คนมากมายป่าวร้องความจงรักภักดีของตัวเอง แต่ใครจะหาคนซื่อสัตย์พบเล่า?

คนชอบธรรมดำเนินในความซื่อสัตย์ของตน ลูกหลานของเขาที่เกิดตามมาก็เป็นสุข”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭20‬:‭6‬-‭7‬ ‭THSV11‬‬


5.Reverence:ความยำเกรงพระเจ้า


~ในการดำเนินชีวิต คุณจงสำแดงความยำเกรงพระเจ้าผ่านสิ่งที่คุณพูดและทำ

“บรรดาวิสุทธิชนของพระองค์ จงยำเกรงพระยาห์เวห์

เพราะผู้ที่ยำเกรงพระองค์ไม่ขาดแคลน”

‭‭ ~สดุดี‬ ‭34‬:‭9‬ ‭THSV11‬‬

“ผู้ที่ยำเกรงพระยาห์เวห์ย่อมมีสวัสดิภาพ ลูกหลานของเขาจะมีที่ลี้ภัย”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭14‬:‭26‬ ‭THSV11‬‬


6.Rest:การพักผ่อน


~ในการดำเนินชีวิต คุณต้องเรียนรู้จักเชื่อฟังบังคับตนให้พักผ่อนตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า

“อย่าโหมงานจนอ่อนล้าเพื่อจะเป็นคนมั่งมี จงฉลาดพอที่จะหยุดพัก”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭23‬:‭4‬ ‭THSV11‬‬

“เพราะในหกวันพระยาห์เวห์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น

แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้

เป็นวันบริสุทธิ์”

‭‭ ~อพยพ‬ ‭20‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬


7.Repentance:การกลับใจมาหาพระเจ้า


~ในการดำเนินชีวิต คุณต้องไม่เก็บซ่อนบาปไว้ แต่หม้่นตรวจดู ต้องกลับใจทิ้งบาปทันที

“ผู้ซ่อนการละเมิดของตนไว้จะไม่เจริญ แต่ผู้สารภาพและทิ้งมันจะได้ความกรุณา”

‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭28‬:‭13‬ ‭THSV11‬‬

“ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ ต่อพระองค์เท่านั้น และได้ทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรพระองค์ ดังนั้น พระองค์ทรงชอบธรรมในการพิพากษา และไร้ตำหนิในการตัดสินนั้น ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเนรมิตสร้างใจสะอาดในข้าพระองค์ และขอทรงสร้างจิตใจหนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์ ขอทรงคืนความชื่นบานในความรอดของพระองค์แก่ข้าพระองค์ และทำให้ข้าพระองค์เชื่อฟังด้วยความเต็มใจ”

‭‭ ~สดุดี‬ ‭51‬:‭4‬, ‭10‬, ‭12‬ ‭THSV11‬‬


พี่น้องที่รัก

ขอให้เรามาตั้งต้นดำเนินชีวิตกันใหม่ แบบที่พระเจ้าจะไม่อวยพรเรานั้นไม่ได้เลย

นั่นคือ

ขอให้เราดำเนินชีวิตตามแนวทางดังที่กล่าวมาข้างต้น

เพื่อว่า พระพรจากพระเจ้าจะตามเราไปในทุกที่

โดยเริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไปเลย

…จะดีไหมครับ?

…………………………………

Show more...
1 week ago
7 minutes 17 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน อยู่ในพระหัตถ์ Ep.1500

พระธรรมนำชีวิต

ตอน อยู่ในพระหัตถ์ Ep.1500


ในยามยากลำบากพระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเรา พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ ขอให้กำลังพวกเราจากเรื่องราวการอัศจรรย์ที่ 3 ใน 2 พงศ์กษัตริย์ 4 ที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านเอลีชา พระเจ้าทรงเปลี่ยนความตายให้กลับกลายเป็นชีวิต เอลีชาเดินทางกลับมายังกิลกาล ซึ่งที่นั่นเป็นที่ตั้งของโรงเรียนของผู้เผยพระวจนะ

เมื่อมาถึงก็มีกันดารอาหาร เอลีชาสั่งให้พวกเขาตั้งหม้อใบใหญ่และเริ่มทำอาหาร ภาพตรงนี้คล้ายๆกับเป็นการสอนและแนะนำให้นักเรียนรู้วิธีการจัดการกับปัญหา แล้วมีคนหนึ่งออกไปเก็บผักที่ทุ่งนา เขาเด็ดน้ำเต้าป่ามาหั่นใส่ในหม้อต้มอาหารโดยไม่รู่ว่าเป็นผลอะไร มีผู้รู้หลายท่านให้ความเห็นว่าผลนี้มีรสขม และเป็นยาระบายที่รุนแรง ยิ่งทานเข้าไปมากเท่าไรก็ส่งผลรุนแรงมากเท่านั้น


'แล้วพวกเขาตักออกให้คนเหล่านั้นกิน ขณะกำลังกินอาหารอยู่นั้น เขาร้องขึ้นว่า “โอ คนของพระเจ้า มีความตายอยู่ในหม้อนั้น” และเขาก็กินกันต่อไปไม่ได้ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 4:40


ความตายในหม้อ ผมอยากชวนให้เราคิดถึงความพยายามจัดการปัญหาต่างๆที่เข้ามาด้วยตัวเอง วิธีการแก้ไขปัญหานั้นอาจจะยิ่งป็นพิษหรือทุกข์ใจ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นนิสัยที่ไม่ดี หรือการตัดสินใจที่ผิดพลาด จนสุดท้ายชีวิตที่ควรจะมีความสุขกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น หรือเต็มไปด้วยความทุกข์จนไปต่อไม่ไหว แต่เมื่อเราร้องเรียกคนของพระเจ้า เอลีชาไม่ได้สั่งให้เทแกงหม้อนั้นทิ้ง นั่นหมายถึงว่า พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งคนที่ล้มเหลว แต่ทรงเรียกให้เรากลับใจและมอบชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์


'แต่ท่านสั่งว่า “จงเอาแป้งมา” แล้วท่านก็ใส่แป้งลงในหม้อ และบอกว่า “จงตักออกให้คนเหล่านั้นกิน” และไม่มีอันตรายอยู่ในหม้อนั้น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 4:41


แป้งไม่สามารถลบพิษได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนความตายได้นั้นไม่ใช่แป้ง แต่คือพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงเปลี่ยนหม้อแห่งความตายให้กลับกลายเป็นแหล่งชีวิตอีกครั้ง เมื่อเรานำปัญหานั้นมาวางไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจที่จะเปลี่ยนความขมขื่น และกลับกลายเป็นขื่นชมยินดี


'พระยาห์เวห์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า? พระยาห์เวห์ทรงเป็นที่กำบังอันแข็งแกร่งแห่งชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเกรงผู้ใดเล่า? ' สดุดี 27:1


เมื่อเรานำสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้มาวางไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระองค์สามารถเปลี่ยนความตายเป็นชีวิต เปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ และเปลี่ยนความสิ้นหวังเป็นความหวังได้เสมอ ขอเราอย่าเพิ่งหนีปัญหา หรืออย่าเก็บปัญหานันไว้คนเดียว แต่ขอให้เรานำปัญหานั้นมาวางในพระหัตถ์ของพระเจ้า ไม่ว่าในชีวิตของเราจะมีอะไรเจือปนอยู่ อย่าเพิ่งสิ้นหวังเททิ้ง แต่ขอให้เราร้องเรียกพระเยซูคริสต์เข้ามาเป็นพระผู้ช่วยในชีวิตของเรา เพราะพระเยซูทรงเป็นแหล่งชีวิต พระองค์สามารถเปลี่ยนพิษร้ายให้กลายเป็นอาหาร เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิต เพื่อดูแลเรา และนำชีวิตของเราอยูในความสมบูรณ์ของพระเจ้า

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 week ago
4 minutes 21 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.277 พระพรจะตามทันคุณ!

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่277)


พระพรจะตามทันคุณ!


“พระพรเหล่านี้ทั้งสิ้นจะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน

ถ้าท่านฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน”

‭‭ -เฉลยธรรมบัญญัติ‬ ‭28‬:‭2‬ ‭THSV11‬‬

“All these blessings will come on you and accompany you

if you obey the Lord your God:”

‭‭ ~Deuteronomy‬ ‭28‬:‭2‬ ‭NIV‬‬



โมเสสได้กล่าวไว้(กับชาวอิสราเอลในสมัยก่อน)อย่างชัดเจนว่า

1."ถ้าท่านตั้งใจ

1).เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และ

2).ระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้

2.ถ้าท่านฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

1).พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั่วโลก

2).พระพรเหล่านี้ทั้งสิ้นจะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน "

‭‭ ~เฉลยธรรมบัญญัติ‬ ‭28‬:‭1‬-‭2‬ ‭THSV11‬‬


ดังนั้นถ้าเราในสมัยนี้

1.ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า และ

2.เชื่อฟังทำตามพระวจนะของพระองค์ อย่างจริงใจและกระตือรือร้น

พระพรของพระเจ้าจากสวรรค์ ก็จะ

1).ลงมาเหนือเรา และ

2).ตามมาทันเรา

ในปีใหม่นีั


แล้ว พระพรของพระเจ้าจะมาถึงเราในรูปแบบใดบ้าง?


พระพรจากพระเจ้า อาจมาถึงเราได้หลากหลายช่องทาง อาทิ


1.ทางวัตถุที่เพิ่มขึ้น~ อาทิ มีทรัพย์สิน เงินทอง สิ่งของ อาคาร ที่ดิน ฯลฯ เพิ่ม

2.ทางสุขภาพที่ดี หรือดีขึ้น ทั้ง

1).สุขภาพกาย และ

2).สุขภาพจิต

3.ทางความรู้และสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น~สามารถวางแผน และจัดการกับทุกปัญหาอุปสรรคได้ดี

4.ทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและเจริญเติบโตมากขึ้น~มีสันติสุขได้ในทุกสถานการณ์

5.ทางอาชีพธุรกิจการค้าดี~ มีกิจการเศรษฐกิจดีและมีเงินทองเพียงพอหรือเพิ่มพูนขึ้น

6.ทางภารกิจและพันธกิจเกิดผล ~มีการรับใช้หรือการบริการที่ทำแล้ว เกิดผลมากขึ้น

7.ทางชื่อเสียงและความสำเร็จดี~มีการยอมรับ การยกย่องและเกียรติที่ได้รับมาสูงขึ้น

8.ทางสัมพันธภาพดี~มีความสัมพันธภาพที่ดีและดีขึ้นในครอบครัวและคนอื่นๆ

9.ทางการปกป้องค้มครองที่เยี่ยม~มีความปลอดภัยมั่นคงมากขึ้นในด้านต่างๆ

10.ทางมรดกที่ดี~มีสิ่งดีๆ(ทั้งฝ่ายกายภาพและจิตวิญญาณ)ส่งต่อถึงลูกถึงหลานอย่างราบรื่น

11.ทางพระวจนะของพระเจ้าที่พร้อม ~มีให้อ่านและรับฟังในหลากหลายรูปแบบที่ทันการณ์

12.ทางคริสตจักร~ที่เป็นเหมือนครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่จัดเตรียมไว้เคียงข้างช่วยเหลือเรา

ฯลฯ


พี่น้องที่รัก


“เมื่อเราเดินตามพระเจ้า ด้วยความเชื่อฟัง

พระพรจากพระองค์ จะตามมาในเวลาที่เหมาะสม!”

(When we obediently walk with God,

blessings follow in His time.)


คุณเชื่อเช่นนี้ไหม?

…แล้วคุณทำตามหรือไม่?


…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

2มกราคม2026 (ตอนที่277ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี


Show more...
1 week ago
5 minutes 13 seconds

Soul Food Podcasts
พระธรรมนำชีวิต ตอน ถ้อยคำแห่งความเชื่อ Ep.1499

พระธรรมนำชีวิต

ตอน ถ้อยคำแห่งความเชื่อ Ep.1499


เมื่อเราอ่านเรื่องราวใน 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 4 เราจะเริ่มเห็นความตั้งใจของผู้เขียนที่บันทึกเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านเอลีชาที่คล้ายกับเอลียาห์ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำมันเพิ่มพูน และในวันนี้เป็นการทำให้เด็กฟื้น สำหรับพวกเราเรื่องราวท้งหมดนี้ย้ำว่า พระเจ้าผู้ทรงอัศจรรย์นี้เป็นพระเจ้าองค์เดิมและองค์เดียวกันกับที่สถิตอยู่ในเรา เรื่องราวการอัศจรรย์นีเริ่มต้นที่หญิงมั่งมีชาวชูเนมมีน้ำใจรับรองเอลีชาเชิญท่านมาทานข้าว และสร้างห้องพักให้ จนในที่สุดเอลีชาขอพรจากพระเจ้าให้เธอมีลูกชายทั้งที่เธอเป็นหมัน แต่แล้วจู่ๆ ลูกชายของเธอก็ล้มป่วยและตายในอ้อมอกของเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเธออุ้มลูกขึ้นไปวางบนเตียงของเอลีชา แล้วเธอก็ออกไปเรียกสามีโดยขอส่งคนใช้คนหนึ่งกับลาตัวหนึ่งมาให้เธอ เพื่อเธอจะรีบไปหาเอลีชา สามีจึงถามว่า “วันนี้จะไปหาท่านทำไม? มันไม่ใช่วันต้นเดือนหรือวันสะบาโต” นางตอบว่า “ไม่เป็นไร” แล้วนางผูกอานลาและสั่งคนใช้ว่า “จงเร่งลาไปเร็วๆ อย่าชะลอฝีเท้า นอกจากฉันสั่ง” จนเธอมาถึงภูเขาคารเมล เมื่อเอลีชาเห็นเธอ ท่านก็พูดกับเกหะซีคนใช้ของท่านว่า “ดูแน่ะ หญิงชาวชูเนมมาข้างโน้น '


'จงรีบไปรับนาง และถามนางว่า ‘เธอสบายดีหรือ? สามีของเธอสบายดีหรือ? เด็กสบายดีหรือ?’ ” นางตอบว่า “สบายดีค่ะ” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 4:26


 คำตอบว่า สบายดีทั้งที่ลูกเพิ่งตาย ไม่ใช่การโกหก หรือการปฏิเสธความจริง แต่มันเป็นถ้อยคำแห่งความเชื่อที่สามารถมองข้ามความตายที่อยู่ตรงหน้าโดยมีความหวังในพระเจ้า แล้วในที่สุด เอลีชาก็มาอธิษฐานขอต่อพระเจ้า แล้วลูกของเธอก็ฟื้น บทเรียนนี้คือ ความเชื่อที่แท้จริงจะถูกพิสูจน์ในเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย หญิงชาวชูเนมคนนี้สอนให้เรารู้จักระมัดระวังคำพูดที่จะบ่น ไม่ด่าหรือโทษโชคชะตา ซึ่งนั้นก็คือโทษว่า ทำไมพระเจ้าต้องให้เกิดสิ่งเหล่านี้ แต่เธอให้รีบวิ่งไปหาพระเจ้า และประกาศด้วยความไว้วางใจว่า ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี


'และเรามีใจเชื่อเช่นเดียวกับที่เขียนไว้ว่า “ข้าพเจ้าเชื่อฉะนั้นข้าพเจ้าจึงพูด” เราก็เชื่อฉะนั้นเราจึงพูดด้วย ' 2 โครินธ์ 4:13


พระเจ้าองค์เดียวกับที่ใช้เอลียาห์และเอลีชายังทรงพระชนม์อยู่ในวันนี้ พระองค์สามารถรื้อฟื้นสิ่งที่ตายไปแล้วในชีวิตของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นความฝัน ความสัมพันธ์ หรือความหวังของเราให้กลับมามีชีวิตใหม่ได้  เมื่อเจอปัญหาอย่าเพิ่งรีบบ่นหรือตีโพยตีพาย แต่จงมีสติและกล่าวถ้อยคำแห่งความเชื่อนั่นไม่ใช่เพราะเราควบคุมผลลัพธ์ได้ แต่เพราะเรามั่นใจว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ จะไม่ทรงทอดทิ้งเรา และทุกครั้งที่มีปัญหาขอเราอย่าอยู่กับปัญหาแต่ให้เราลุกขึ้นร้องทูลต่อพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของลมหายใจและชีวิต พระเจ้าอยู่ไกลเราแค่เพียงหนึ่งคำอธิษฐาน ขอให้เราร้องเรียกพระองค์ด้วยความเชื่อที่แท้จริง

วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

Show more...
1 week ago
4 minutes 14 seconds

Soul Food Podcasts
สดแต่เช้า Ep.276 ปีใหม่แบบไหน ที่ใช่เลย?

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่276)


ปีใหม่แบบไหน ที่ใช่เลย?


“นี่แน่ะ เรากำลังทำสิ่งใหม่ๆ บัดนี้ มันงอกขึ้นมา เจ้าไม่เห็นหรือ?

และเราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง”

‭‭ ~อิสยาห์‬ ‭43‬:‭19‬ ‭THSV11‬‬

“See, I am doing a new thing! Now it springs up; do you not perceive it?

I am making a way in the wilderness and streams in the wasteland.”

‭‭ ~Isaiah‬ ‭43‬:‭19‬ ‭NIV‬‬


ข้อคิดสำหรับปีใหม่มีดังนี้


1.พระเจ้าไม่ได้สัญญาว่าชีวิต การงาน และการรับใช้ของเราในปีใหม่จะง่ายขึ้น

~แต่พระเจ้าสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งเรา นั่นคือ พระเจ้าจะสถิตกับเราเสมอไป

ไม่ว่าสถานการณ์ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร

2.พระเจ้าไม่ได้สัญญาว่า ชีวิตของเราจะไม่เจออุปสรรค ความยากลำบาก หรือการทนทุกข์

~แต่พระองค์พร้อมที่จะแทรกแซง และประทานพระคุณเพียงพอที่จะช่วยให้เราสามารถ

ฟันฝ่าสิ่งเหล่านั้น และสร้างเราขึ้นใหม่ด้วยพระคุณใหม่สดอันไม่จำกัดของพระองค์

3.พระเจ้าไม่ได้บังคับให้เราลืมเรื่องราวในปีเก่าๆให้หมดสิ้น เหมือนคนความจำเสื่อม

~แต่พระองค์ประสงค์ให้เราเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤติชีวิตเหล่านั้น และเติบโตขึ้น

พร้อมก้าวต่อไปอย่างฉลาดขึ้นและมีความสุขมากขึ้นในปีใหม่นี้

4.พระเจ้าไม่ได้ให้เรามีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่เราทำไว้ในปีที่ผ่านๆมาของเรา

~แต่พระองค์ปรารถนาให้เราติดสนิท เชื่อฟัง และยอมให้พระองค์ทรงนำมากขึ้นในการ

สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีคุณค่าผ่านตัวเราให้มากขึ้น

5.พระเจ้าไม่ได้ประสงค์ให้เราก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความกลัวในสิ่งที่(ยัง)ไม่รู้

~แต่พระองค์ประสงค์ให้เราเชื่อในพระองค์ที่เรารู้จักดี

จนเรากล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในปีที่ผ่านมาด้วยความมั่นใจ

6.พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยแผนการที่สมบูรณ์แบบ

~แต่พระองค์ประสงค์ให้เรารักเมตตาและถ่อมใจต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์

7.พระเจ้าไม่ได้บังคับให้เราต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

~แต่พระองค์ประสงค์ให้คนในบ้านของเราเชื่อพระเจ้าและรักซึ่งกันและกันอย่างอบอุ่น

8.พระเจ้าไม่ได้คาดหวังให้เรารู้ทุกคำตอบสำหรับทุกคำถามในชีวิต

~แต่พระองค์ปรารถนาให้เรารู้จักวางใจ เชื่อพึ่งพระองค์ในทุกสถานการณ์

9.พระเจ้าไม่ได้บีบคั้นให้เราต้องแข่งขันกับคนอื่นเพื่อประสบความสำเร็จ

~แต่พระองค์ประสงค์ให้เราสัตย์ซื่อและยังคงซื่อสัตย์ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

10.พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้เราทำงานให้พระองค์จนหมดเรี่ยวแรงหรือทะเลาะกับพี่น้อง

~แต่พระองค์ปรารถนาให้เรารักกันและเป็นหนึ่งเดียวกันเพราะนั่นทำให้พระองค์สุขพระทัย


พี่น้องที่รัก


“ปีใหม่จะมั่นคง เมื่อพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลาง!”

(A new year stands firm when God is at the center.)

ดังนั้น สิ่งที่เราพึงกระทำคือ

1.ขอให้เราไม่จมอยู่กับอดีตที่ผ่านมา

“พระองค์ตรัสดังนี้ว่า

“อย่าจดจำสิ่งที่ล่วงเลยมาแล้วนั้น อย่าพิเคราะห์เรื่องในอดีต“

‭‭~อิสยาห์‬ ‭43‬:‭18

2.ขอให้เราตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆที่พระเจ้าจะกระทำ

”นี่แน่ะ เรากำลังทำสิ่งใหม่ๆ บัดนี้ มันงอกขึ้นมา เจ้าไม่เห็นหรือ? และเราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง สัตว์ในป่าทุ่งจะให้เกียรติเรา คือหมาป่าและนกกระจอกเทศ เพราะว่าเราให้น้ำในถิ่นทุรกันดาร และให้แม่น้ำในที่แห้งแล้ง “

‭‭~อิสยาห์‬ ‭43‬:‭19~20ก.

3.ขอให้เราสรรเสริญและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าและทำให้คนอื่นสรรเสริญพระเจ้า

”…เพื่อให้น้ำดื่มแก่ชนชาติผู้ที่เราเลือกสรร คือชนชาติที่เราปั้นเพื่อเราเอง

เพื่อเขาจะกล่าวคำสรรเสริญเรา”

‭‭ ~อิสยาห์‬ ‭43‬:‭20ข.-‭21‬ ‭THSV11‬‬


…จะดีไหมครับ?


สุขสันต์วันปีใหม่!

…………………………………

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

1มกราคม2026 (ตอนที่276ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้าน

Show more...
1 week ago
5 minutes 10 seconds

Soul Food Podcasts
Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ